คุยกับนิ้วกลม Special Ver. 2

มาเล่ากันต่ออย่างไม่รอช้าเลยดีกว่า กับเรื่องราวจากพี่เอ๋-นิ้วกลม

พี่นิ้วกลมแนะเพิ่มอีกอย่างหนึ่งว่า เวลาที่คนเราจะรู้ความฝันและความต้องการตัวเองจริงๆ
คือช่วงเวลาที่อยู่คนเดียว
จึงไม่แปลกที่ว่า ทำไมนักเรียนที่ไปแลกเปลี่ยนกลับมา หลายคนถึงเจอความฝันของตัวเอง
เพราะเขามีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความเหงา เปลี่ยว
เป็นจังหวะหนึ่งของชีวิตที่เขาได้ลองมองย้อนกลับไปในตัวตนจริงๆ ของตัวเอง

ดังนั้น หากเราไม่มีโอกาสได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
(อย่างเราเองก็ไม่เคยได้ไป)
ก็แค่ลองหามุมเงียบๆ นังนิ่งๆ มองดูความฝันของตัวเราเอง
จากที่เคยเลือนลาง มันอาจชัดเจนก็ได้นะ

มากันที่หัวข้อหลักต่อไปดีกว่า เรื่องนั้นคือเกี่ยวกับ “ความล้มเหลว”

สิ่งที่ทำให้คนเราไม่ประสบความสำเร็จ อย่างที่รู้ๆกันอยู่ก็คือความกลัวที่จะล้มนั่นเอง
แล้วอะไรล่ะคือสาเหตุที่ทำให้เรากลัวมัน
เพราะคนไทยส่วนมากรวมไปถึงคนในแถบเอเชียส่วนมากถูกเลี้ยงกันมาแบบทะนุถนอมสุดๆ
ไปไหนก็เหมือนมีเบาะรอง เลยไม่กล้าที่จะล้ม
เพราะว่าไม่เคยล้มมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

เพื่อนในค่ายคนหนึ่งก็ถามว่า “แล้วความล้มเหลวของพี่นิ้วกลมคืออะไร”
พี่เอ๋นิ่งไป 2 วิ แล้วบอกว่า
ถ้าถามถึงความล้มเหลวครั้งใหญ่คงไม่มี
แต่ถ้าที่เคยทำแล้วรู้สึกว่าผลมันไม่ได้อย่างใจต้องการ
ก็คือคอลัมภ์หนึ่งใน a-day

เหตุมาจากพี่เขาได้ไปดูงานของคนๆ หนึ่ง
เขานำเอาพวกหนังสือพิมพ์มาแปะๆ ต่อๆ กันแล้วออกมาสวย

สิ่งที่เข้ามาในหัวพี่เอ๋ตอนแรกคือ “กุก็ทำได้”
พี่เอ๋เลยขอเปิดคอลัมภ์ใหม่โดยการเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาแปะๆ
ผลที่ได้ก็คือ ขยะ
(มีแอบกระซิบอีกว่า คงมีใครเคยเห็นบาดแผลอันนี้นะ) 55+
สุดท้ายฝืนไปได้ 4 ฉบับก็ขอปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเราทำอะไรไม่ได้ ก็อย่าไปฝืน
แต่ถ้ายังไม่ลองก็ ทำซะ
เพราะไม่งั้น มันจะติดอยู่ในหัวตลอดเวลา ว่า “กุทำได้”

ว่ากันถึงนิทาน เราจะเรานิทานสั้นๆให้ฟังดีกว่า….

จามรีเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่า แข็งแรงและวิ่งเร็วมาก ขนาดเวลาเอาตาข่ายไปดัก มันก็หลุดออก มาได้ตลอด
แต่หากจะเอาจามรีไปจับหนู จามรีก็จะจับไม่ได้ ต้องใช้แมวแทน
แต่แมวก็ติดตาข่ายได้นะ และนิทานเรื่องนี้ก็จบลง

สิ่งที่นิทานเรื่องนี้สอนก็คือ…

คนเราจะมีความสามารถไม่เหมือนกัน
เราขอเรียกสิ่งนี้ว่า Unique
สำหรับเรา มันคือคำที่เท่ที่สุดในโลกแล้วอ่ะ

ไม่ว่าเราจะเป็นคนสวยขนาดนางงาม หรือไม่สวยขนาดไม่เคยมีใครมองมันก็คือ Unique
เกรด 4 ตลอดกาล ที่ 1 ประเทศ หรือ ไม่เคยผ่านเลยสักครั้ง ก็คือ Unique
จะไม่เคยมีใครมอง แอบหลงรักข้างเดียว แล้วนั่งละเมอเพ้อฝันไปเอง มันก็คือ Unique

แต่สิ่งที่จะสร้าง Unique ได้ คือความมั่นใจ
เชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็น ไม่ใช่เป็นคนไม่สวย แล้วนั่งก้มหน้าก้มตาไม่พบปะใคร
หากขาดความมั่นใจ เราก็ไม่เป็น Unique แล้วล่ะ

พี่เอ๋บอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะทำอะไรก็คือ รักมัน ก็ตอบได้แล้ว ว่า โตแล้วไปทำไม
มาถึงอีกปัญหาหนึ่งที่น่าจะประสบได้ตามครอบครัว โดยเฉพาะคนที่อยากเรียนสายนิเทศ นั่นคือ
ถ้าพ่อแม่ไม่อยากให้เรียนสายนิเทศ เพราะคิดว่าเป็นงานที่ไม่มั่นคงและอยากให้เราเข้าทำงานในที่ที่มั่นคง อย่างรับราชการ เราจะตอบยังไงดี

เพื่อนในค่ายเลยอาสาตอบให้ว่า ถึงแม้เราจะทำงานในที่ที่มั่นคง แต่เรานี่แหละจะไม่มั่นคง
ถ้าเราเกลียดการเข้างาน 8.30 เลิกงาน 5 โมง ทนทำได้ไม่นานก็ต้องลาออก
หรือองค์กรที่มั่นคง แต่เราไปทำอะไรที่ผิดพลาด เราก็ไม่มั่นคงอยู่ดี

และเราก็มาถึงคำถามสุดท้ายที่ถามพี่นิ้วกลมว่า “พี่เอ๋คะ พี่โตแล้วไปไหน”
คำตอบคือ ไม่ไปไหน เพราะตอนนี้พี่ได้เจอกับสิ่งที่ชอบแล้ว ^_^

Advertisements

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: