บอกก่อนเลยว่า ทุนระดับปริญญาตรี เป็นอะไรที่หายากมาก มากที่สุดในโลกแล้ว ถ้าไม่นับพวกคนที่อยากได้ทุนไปเรียนมัธยมที่ไม่ใช่ Exchange student แต่มันก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี ถ้าเราเป็นคนเก่งซะ อย่าง มันก็ต้องได้ล่ะ

เริ่มแรก ด้วย ทุนรัฐบาลไทย

ทุนรัฐบาลไทยก็เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง หรือทุนคิงส์ ทุนก.พ ทุนปตท. และทุนตามความต้องการกระทรวงต่างๆ ซึ่งเราสามารถเข้าไปหาได้เลยที่เว็บของ ก.พ..

เพราะแต่ละปี อาจมีทุนคิง-ก.พ. เหมือนกัน แต่ทุนตามความต้องการของหน่วยงานต่างๆ จะต่าง ขึ้นอยู่กับความต้องการคนในแต่ละปี ซึ่งในเว็บจะมีบอกเงื่อนไข พร้อมทั้งข้อผูกมัดในการใช้ทุนชัดเจน ซึ่งบอกก่อนเลยว่า “อย่าตั้งความหวังกับทุนมาก”

ไม่เคยเจอกับตัวหรือคนรู้จัก แต่ได้ยินหลายคน เป็นคำเตือนชั่วลูกชั่วหลานเลย ว่าอย่าเอาชีวิตมาแขวนไว้กับทุน อย่าทุ่มทั้งชีวิต เพื่อให้ได้ทุนตรงนี้ เพราะถ้าไม่ได้ มันไม่รู้จะไปที่ไหนต่อเลยนะ คำแนะนำที่ดี ก็คือ หวังบ้าง ตั้งใจมากๆ แล้วท้ายสุด ทุกอย่างจะดีเอง

ที่สำคัญคือ อ่านรายละเอียดของทุนให้ดีๆ ว่ารับอะไรบ้าง คุณสมบัติอะไร ต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ (ได้ข่าวว่าพวกที่ได้ทุนคิง เตรียมกันตั้งแต่ ม.4) และอย่าลืมอ่านข้อผูกมัดดีๆ ด้วย เพราะส่วนมากกลับมามักจะมีที่ทำงาน(ราชการ) กำหนดไว้ ซึ่งเราก็เข้าใจว่า หลายคนที่ได้ทุน ก็คือคนเก่ง แน่นอนว่าไปก็คงได้ Uni Top10 Top20 แน่ๆ ซึ่งก็ต้องมีบริษัท ยักษ์ใหญ่ที่เสนอ ให้เงินเดือนดีๆ กว่ามาก แล้วตัวจะเริ่มเอนเอียง

คำเตือนคือ ถ้ารู้ว่า อยากไปทำในบริษัทใหญ่ๆ ก็ไม่ต้องไปเรียนโดยใช้เงินของประเทศ มันสูญเสีย ทรัพยากร เก็บไว้ให้คนที่เขาอยากมาทำงานเพื่อประเทศไทยจริงๆ นะจ้ะ

P.S. เราไม่ได้ว่าคนไทยที่อยาก หรือ กำลังทำงานบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ เงินงาม งานถูกใจ เพราะเราก็อยาก (เอ๊ะ! ยังไง??)

แค่อยากบอกว่า ถ้าชีวิต ปักธงไว้ว่าจะทำงาน บริษัท…. อะไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปเรียนเมืองนอกผ่านทุนรัฐบาล Apply ไปเอง ความสามารถถึง ยังไงก็ถึง เชื่อเหอะ เพราะเรามีคนเกือบๆ รู้จักเยอะ ที่ได้ทุนคิง แล้วสุดท้ายก็ลอยเข้ากลีบเมฆไปเลย

กลับมาเข้าเรื่องที่ทุนกันต่อ

ทุนอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ ทุนรัฐบาลประเทศต่างๆ อย่างเช่น รัฐบาลญี่ปุ่น รัฐบาลเกาหลี รัฐบาลจีนก็มีนะ เคยเห็นแวบๆ

หรือประเทศแปลกๆ น่าสนใจก็เยอะ อันนี้ก็ลองหาข้อมูลกันดูนะ แต่ส่วนมาก เขาจะเน้นไปที่ปริญญาโท-เอก มากกว่า และเน้นสายวิทยาศาสตร์ มากกว่า ศิลป์

ไปออสเตรเลีย ก็มีนะ รู้สึกเป็นของสมาคมนักเรียนไทยเก่าออส อะไรประมาณนี้ สิงคโปร์ก็มี คือมีเยอะ ถ้าตั้งใจหาจริงๆ ฉะนั้น ใครจะไปเรียนสายศิลป์ มาหยอดกระปุกกันดีกว่า T^TTTT

ทุนสุดท้าย ก็คือจากตัวมหาวิทยาลัยเอง

เป็นทุนที่คนส่วนมากไม่ค่อยรู้ เพราะเราจะต้องดำเนินขั้นตอน สมัครสอบ สมัครเข้าเรียน จนได้รับการตอบรับเสร็จก่อน ซึ่งทุนตรงนี้ พูดยาก เพราะรายละเอียดเยอะมาก ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่เราจะไป แต่จะเป็นแนวๆ นี้ค่ะ

ซึ่งส่วนมากเขามักไม่ให้เต็ม ให้อย่างมากก็ครึ่งหนึ่งของค่าเทอม ซึ่งเราว่าก็คุ้มนะ

อันนี้เรื่องจริง (ไม่ใช่เรานะ) คุณสมบัติ ประมาณ ติด TOP 10 ทั้งหมด (นึกดูละกัน ว่า profile เธอเริศขนาดไหน) แล้วเธอก็ยื่น Uni ระดับ Top 30 เอาไว้ด้วย ซึ่งแน่นอน ว่า Uni นี้ก็เสนอ Scholarship ให้เธอเลย แต่เธอก็ไม่เอา เพราะเขาอยากเข้า Harvard (คือเขาได้ทุนของ ซัมซุงแล้ว)

ก็จะประมาณนี้ ซึ่งคนส่วนมากก็จะต้องตัดใจเลือกว่าจะเอาเงิน หรือเอามหาวิทยาลัย Rank สูงกว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากและคิดไม่ถูกจริงๆ

ใครอยากได้ ข้อมูลของ ทุนชนิดนี้เพิ่ม ทิ้งไว้ในคอมเมนต์เลยนะ จะได้มี Entry หน้าต่อเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้มี ทริคเยอะ

ส่วนทุนสุดท้าย อยากไปจริงๆ ก็
พ่อแม่ ผู้ปกครอง อันนี้ขอได้ง่ายสุด แต่สอบสัมภาษณ์เจรจาเหมือนจะยากสุด แต่เราต้องประเมินให้ได้ก่อนนะว่า พ่อแม่เราจะมีเงินพอไหม

คุยดีๆ นานๆ เดี๋ยวก็ได้ เราคุยมาปีกว่าแน่ะ กว่าจะได้ เพราะมันไม่ใช่ค่าเรียนอย่างเดียว ค่าอื่นๆ ก็เช่น ที่พัก อาหาร เดินทาง และหนังสือ(ปีละ 3000 เหรียญ เกือบ 10000 บาท หรือเธอคือ หนังสือทองคำ) ชั้นจะบ้าตาย

ใครอยากรู้อะไรเพิ่ม ทิ้งไว้นคอมเมนต์เลยนะ จะตอบหรือไม่ก็เขียนใน Entry หน้าให้ โดยเฉพาะเรื่องเรียนต่อ มีข้อมูลเยอะ แต่หาหัวข้อยังไม่ได้ T^TTTT
Advertisements