ก่อนที่เราจะเจอความฝัน เราต้องก้มลงมองตัวเองก่อน เพราะเราประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ

1.จุดหมาย(สิ่งที่อยากมี อยากได้ อยากเป็นในชีวิต)

2.รัก (สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข สิ่งที่ชอบ สิ่งที่รัก)

3.ความถนัด (ถนัดอะไร ไม่ถนัด ทำอะไรได้บ้าง)

List มายาวๆ เลย เช่น

1.จุดหมาย  อยากมีเงินเยอะ อยากทำงานต่างประเทศ อยากทำธุรกิจใหญ่ๆ อยากเป็นคนดัง

2.ชอบชนบทของไทย อยากทำงานอาสาสมัครมากๆ ชอบช่วยเหลือสังคม ชอบอยู่เงียบๆ

3.ความถนัด ถนัดภาษา คุยกับคนเก่ง

แล้วไงต่อ

ที่นี้ เพื่อนๆ เจอความขัดแย้งไหมคะ มีใครหาได้บ้าง???

เฉลย อยากเป็นคนดัง Vs ชอบอยู่เงียบๆ

อยากมีเงินมากๆ Vs ชอบงานอาสาสมัคร

สิ่งที่ต้องทำต่อไป ก็คือ เราต้องดูสิ ว่ามันขัดแย้งจริงๆ รึปล่าว

อย่างอยากมีเงินเยอะๆ กับชอบงานอาสาสมัครยังไปด้วยกันได้เพราะว่า เราสามารถรวย แล้วก็ช่วยสังคมได้ แต่ถ้า อยากเป็นคนดัง กับชอบชีวิตเงียบๆ สันโดษ เราต้อง……

“เลือก” ค่ะ

เราต้องตัดสินใจว่าเราจะเลือกเส้นทางไหน มันเหมือนจะไปซ้าย หรือไปขวาเลย ไม่ได้ไปด้วยกันได้ แต่ถ้าเพื่อนๆ เขียนมาแล้ว ไม่เจอความขัดแย้งเลย ทุกอย่างดูไปทางเดียวกันหมด ก็แสดงว่าเรามาถูกทางแล้วค่ะ ก็มาทำตามบันได้สู่ความสำเร็จของเราเลย

1.หาข้อมูลต่างๆที่เราสนใจ

ใช้อินเตอร์เนต ใช้หนังสือให้มีประโยชน์ค่ะ ลองศึกษาสิว่า อาชีพที่เรารู้จัก คิดวาจะเป็น มันทำอะไร มีอะไรบ้าง อย่างเช่นครู เราก็คงนึกว่าคงทำได้แค่เป็นผอ. เป็นครู สอนพิเศษ แต่จริงๆ แล้วมีอาชีพที่เกี่ยวข้องเยอะมากเลย เช่น ทำสื่อการสอนต่างๆ ทางทีวี วิทยุ งาน NGO งานพัฒนาหลักสูตร หรืออย่างกองบรรณาธิการนิตยสาร หลายคนก็คงนึกว่า มีแค่นักเขียน ช่างภาพ แต่จริงๆ มีอาชีพมากมายที่ซ่อนอยู่ในนี้ ไม่ว่าจะเป็น พิสูจน์อักษร กราฟิกดีไซนเนอร์ สไตลลิสต์

การหาข้อมูล เราอาจเจออาชีพที่ใช่มากขึ้นก็ได้ ใครยังไม่รีบรอห้องสมุดอาชีพของเราก่อนนะ (ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่เหมือนกัน)

2.หาบุคคล

ไม่ต้องหาแบบเป๊ะ แค่เป็นแนวๆ เดียวกันก็พอ เพราะเขาจะเป็นแรงบันดาลใจ เป็น “แนว” ทางสำหรับเรา

3.ศึกษา

รู้ตัวว่าอยากทำงานอะไร ต่อไปก็คือหาเส้นทางการศึกษา จุดนี้แหละค่ะ ที่หลายคนทำผิด เรพาะเรามาตั้งไว้ที่การศึกษาก่อนแล้วค่อยหาอาชีพ มันต้องกลับกันค่ะ เพระาถ้าเราตั้งเป้าไว้ว่าจะเรียนนิเทศ กรอบอาชีพของเราจะแคบลงมาเลย ว่าไม่ทำนิตยสารก็คงทำงานทีวี โทรทัศน์

แต่ถ้าเรากลับกัน ตั้งไว้ที่อยากเป็น คนจัดงาน คอนเสิร์ต์ (event organizer) เราจะรู้ว่า เรียนอะไรก็ได้ เรียน การตลาด บริหาร อักษร นิเทษ เทคนิกการแพทย์ (จริง เพื่อนแม่เราเอง) ก็มาทำงานในสายนี้ได้ แล้วเราจะมองโลกนี้กว้างขึ้นมากกก

4. หาทางเข้าไปทำงานที่เราต้องการ

อยากเป็นนักข่าวหรอ ก็ลองหาโอกาสเข้าไปทำงานดู แล้วเราจะรู้ความจริงเกี่ยวกับอาชีพนั้นมากขึ้น (หึหึ)โอกาสอาจหายากแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปถ้าเราพร้อมจะวิ่งหาอย่างเต็มที่ Fighto นะ ทุกคน

อย่าง หลายคนคงอยากเป็นนักข่าว เพราะดูสวยๆ อ่านข่าวออกทีวี หรือน่าสนุกดี เพราะได้ไปที่แปลก เจออะไรสนุกๆ แต่ใครจะรู้ว่านักข่าว จริงๆ แล้วต้องอดทนมากๆ บางทีลุยน้ำถึงเอวไปทำข่าว น้ำก็นะ สารพัดสัตว์เลย ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนที่ได้ลงไปทำจริงๆ อาจเปลี่ยนเข็มเลยก็ได้

5.เข้าค่ายตามคณะ

อันนี้จะช่วยได้บ้าง เราไม่เคยไปเข้า ก็เลยไม่สามารถบอกอะไรมากได้ แต่มันคือวิธีเปิดโลกอย่างหนึ่ง แต่ระวังนิดนึง เพราะค่ายคณะ เขาก็เชียร์ให้เราเข้า มีกิจกรรมสนุกๆ จนบางครั้งเราหลุกไปได้ง่ายๆ ก็ต้องคิดให้ดีๆก่อนนะคะ

6. เชื่อมั่นในความรู้สึก

เราต้องรู้สึกอยู่แล้ว ว่าเราชอบอะไรจริงๆ อย่างเปรียบเทียบว่า ติดโอลิมปิกวิทยาศาสตร์รอบ 1 กับ มีผลงานตีพิมพ์ ในนิตยสารระดับประเทศ 1 บทความ อะไรที่เรารู้สึกดีใจมากกว่ากัน หรือมีความสุขกับเส้นทางมากกว่ากัน ใช้เปรียบเทียบวิธีนี้ดูนะ สำหรับหลายคนที่ลังเล

สุดท้าย อย่าใช้คำว่า เราไม่มีความสามารถมาขัดขวางเส้นทางที่เราจะเดินได้ บรรณาธิการหลายคน ไม่ได้เรียน ไม่เคยทำงานหนังสือ ยังมาเป็นบรรณาธิการที่ดีได้เลย หรือหลายคน ที่เคยตกวิทย์ ถูกดูถูกว่าโง่ ยังกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกได้เลย

ชีวิตเป็นของเรา เราต้องเลือกเส้นทางของเราเอง

“อนาคตเป็นของคนที่เชื่อมั่นในความงามของความฝัน”

อดีตสุภาพสตรีอันดับ 1 ของ อเมริกา

ส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ จากพี่ม่อนเหมือนเดิม ไม่รู้จะได้กลับมาโพสต์อีกเมื่อไหร่ เพราะเราใกล้ต้องไปล่ะ น้ำมาถึงแล้วล่ะ….. T^T

Advertisements