ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราขอให้เพื่อนๆ ลองเลือกดูก่อนว่า เราเป็นเจ้าของหนังสือแบบไหน

1. คนที่มีหนังสือครบทั้งเซ็ท มีหนังสือขายดีทุกเล่ม แต่ไม่เคยอ่าน ไม่เคยจับมันเลย

พวกนี้ เขาเรียกว่า เป็นเจ้าของ ไม้ กระดาษ และน้ำหมึก แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของหนังสือ

2. คนแบบต่อมา มีหนังสือมากมาย แต่อ่านเฉพาะบางเล่มเท่านั้น ส่วนที่เหลือ ก็เป็นหนังสือที่ยังดูสวย สะอาด ใหม่

พวกนี้เราเรียกเป็นเจ้าของหน้าปกเท่านั้น

3. คนสุดท้าย คือคนที่อ่านหนังสือทุกเล่มที่มี จนบางครั้งสภาพก็ดูย่ำแย่เลยทีเดียว

คนนี้เรียกว่า เป็นเจ้าของหนังสือที่แท้จริง

หลายคนชอบกลัวว่าหนังสือจะพัง จะไม่สวย จะสกปรก แต่เชื่อไหมว่า เวลาที่เราคิดแบบนี้ จะอ่านแต่ละทีก็ไม่ค่อย อยากหยิบมาอ่าน เพราะกลัวทำเลอะ จับทีก็ค่อยๆ แต่ถ้าเป็นหนังสือที่เคยเปียกน้ำ เราจะหยิบมาอ่านบ่อยมาก ลากไปด้วยกันทุกที่ เพราะอยากอ่านให้จบๆ ไป


ทำไมต้องไฮไลท์

อย่าแรก คือเราจะตื่น แล้วก็คิดตาม และเมื่อคิดตามแล้ว เราก็จะจำสิ่งที่เราคิดได้นั่นเอง

เวลาอ่านหนังสือ ให้ลองทำเหมือนกับว่า เรากำลังคุยกับคนเขียนดูสิ ซึ่งแน่นอนว่าคนเขียนรู้เรื่องนั้นมากกว่าเรา แต่เราก็ไม่ใช่นักเรียน ที่ให้คนเขียนมา บรรยายให้ฟัง เราสามารถถาม สงสัย หรือว่าไม่เห็นด้วยกับเขาก็ได้นะ

วิธีการไฮไลท์หนังสือแบบได้ผล

1. เข้าใจหัวข้อหลักก่อน ว่าเนื้อหาตรงนี้พูดถึงอะไร เมื่อไหร่

2.อ่านคำหรือประโยคที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ก่อน เพราะตรงนี้ คือใจความหลัก

3.ใช้เครื่องหมายดอกจัน (สะกดไงอ่ะ) หรือ รูปดาว ที่ขอบกระดาษ ตรงที่มีประโยคสำคัญ แบบเป็นหัวใจของหนังสือ

4.วงกลม คำ หรือ วลีสำคัญๆ

หลายคนอาจกำลังคิดว่า วิธีไฮไลท์แบบนี้มัน ช้า (เดี๋ยวครั้งหน้าจะเอาเทคนิกการอ่านเร็วมาฝาก ถ้าหาหนังสือเจอ)

แต่จำไว้นะ ว่าไม่มีใครกำหนดไว้ว่าคนฉลาดจะต้องอ่านหนังสือนานแค่ไหน เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เราได้อ่านเนื้อหามากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราได้เข้าใจอะไรในนั้นแบบลึกซึ้งมาก

จำไว้ว่า เพื่อนสนิทไม่กี่คน ก็ย่อมดีกว่า คนรู้จักเป็นพันคน

หนังสือก็เหมือนกัน ใช้เวลาอ่านหนังสือที่มีคุณค่านานๆ ให้มากกว่าเวลาที่เราใช้อ่านพวกนิตยสาร และหนังสือพิมพ์

คำคมประจำวัน 2011.11.11 (เลขสวย)

“มีเพียงคนที่เสี่ยงเดินออกไปเท่าันั้น ถึงจะรู้ว่าตัวเองเดินไปได้ไกลแต่ไหน”

Advertisements