3 เทคนิกช่วยให้เรียนเก่งขึ้น

ตอนนี้ก็ใกล้เปิดเทอมสำหรับหลายๆโรงเรียน เราก็มีเวลาที่จะเตรียมตัว(เตรียมใจ)มากขึ้น หลายคนกำลังจะจบก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน อีกหลายคนเพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย เป็นนิสิตเป็นนักศึกษา หรือน้องๆที่กำลังจะขึ้น ม.6 เข้ามาสู่ช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุด ณ ขณะหนึ่ง

และอีกหลายๆๆๆ คน ที่ขึ้นชั้นเรียนใหม่ พบครู พบเพื่อนใหม่ๆ หลายคนอาจเริ่มตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า เปิดเทอมใหม่นี้จะ……….

แต่สิ่งที่อย่าลืมอย่างหนึ่งก็คือ ให้มุ่งมั่นว่าจะ “ตั้งใจเรียน” มากขึ้น

บางคนอาจเชื่อว่า “การเรียนดี เกรดสวย ไม่ใช่ตัดสินชีวิตทั้งหมด” จริงไหม ก็จริง แต่ถ้าความฝันของเราคือการได้ทำงาน ได้เข้าเรียนในที่ดีๆ เกรดสวยคือปัจจัยหลักเลย

เพื่อนของเราเคยพูดให้ฟังว่า “ึคนที่ได้คะแนนสูงทุกคน ไม่ได้จะติด Harvard แต่คนที่คะแนนธรรมดาไม่มีใครติดเลย”

อ่ะ! อย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะ ช่วงนี้โพสอาจเต็มไปด้วย เรื่องเกี่ยวกับการเรียน ทำไงให้เรียนเก่ง เรียนดี เพราะเราเองก็อยู่ในช่วงต้องกระตุ้นตัวเองเหมือนกัน ฉะนั้น เพื่อนๆ ที่ตามบล็อกมานานคงรู้นิสัยกันดีว่า ถ้าเราโพสเรื่องไหน ในหัวตอนนั้นก็มีแต่เรื่องนั้นแหละ

ก่อนที่บทนำจะยาวไปมากกว่านี้ เรามาเริ่มกันดีกว่า เราจะพูดถึง “การเรียน” ที่ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราขอแบ่งออกมาเป็น 3 ส่วนหลักๆก่อนก็คือ

1. เทคนิก

อยากเรียนหนังสือให้ดี ให้เก่ง เทคนิกเคยมีพี่สาวที่รักคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า คนที่เหมาะจะใช้เทคนิก ก็คือคนที่ขยัน เพราะการใช้เทคนิก ไำม่ได้หมายความว่าจะขี้เกียจได้ เพียงแค่เทคนิกช่วยย่นเวลาให้เราเรียน อ่าน ทบทวนบทเรียนน้อยลงเท่านั้น

ดังนั้นใครที่คิดจะใช้เทคนิกมาต่อสู้กับความขี้เกียจก็ไม่ได้นะ

เทคนิกที่เราพูดถึงเช่นอะไร ก็เช่น การหัดจดโน้ตอย่างเป็นระเบียบ การฝึกจำแบบต่างๆ หรือการอ่านเร็ว ซึ่งเดี๋ยวจะมาแนะนำต่อไปในบล็อกนี้แหละ

2. ระหว่างทาง

ระหว่างทางที่เราจะเดินไปสู่จุดหมาย แน่นอนว่าเราก็ต้องเจอปัญหา เจออะไรมากมาย สิ่งที่อยากให้ทำคือ

  • เพิ่มพลัง พยายามกระตุ้นตัวเองอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ลองย้ำกับตัวเองว่า เราพยายามทั้งหมดไปเพื่ออะไร

  • เป้าหมาย นึกถึงเป้าหมายเข้าไว้ บางทีเราเรียนๆ เดินๆ พยายามทำตามฝันอยู่ อาจรู้สึกว่ามันยากขึ้น เคยมีเพื่อนเราขึ้นสเตตัสว่า “เหมือนหนทางที่เดินเข้าไปมันยากขึ้น หรือหมายถึงเราหมดหวังกับมันแล้ว” เราก็เลยตอบคอมเม้นต์ไปว่า “ยิ่งหนทางยากขึ้นเท่าไหร่ ก็หมายถึงเราใกล้ถึงจุดหมายทุกที”

ลองนึกถึงนักปีนเขาดู ยิ่งเขาปีนสูงเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งเบาบางลง ก็เหนื่อยง่ายขึ้นทุกที แต่เขาก็ใกล้ถึงยอดเขาทุกที จริงไหม กับชีวิตก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก

  • อย่าคิดกับตัวเองในแง่ลบ อันนี้หลายคนจะเป็นเช่นชอบคิดว่า สอบครั้งนี้ “อย่าตก” ให้เปลี่ยนเป็น สอบครั้งนี้เราจะ “ผ่าน” แหละ คิดแค่นี้ก็คือการคิดในแง่บวก แต่จะให้ดี ลองตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นนิสสนึง เช่น ครั้งนี้ขอให้ได้ “เกรด4” “90 คะแนน” หรือให้ได้ “เต็ม”

อันหลังนี่เราคิดบ่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ (ส่วนมากไม่เคยได้ T^TT) แต่คะแนนที่ออกมาก็ไม่เลวเท่าไหร่

  • สมำเสมอ อยากเก่งอังกฤษสิ่งที่ทำได้ก็คือสม่ำเสมอ ทุกวัน ไม่ใช่มาท่องศัพท์เป็นร้อยในวันเดียว (ที่วันต่อมาก็ลืมแน่ๆ) หัวใจหลักของคนที่จะประสบความสำเร็จ เราว่าคือข้อนี้เลย “สม่ำเสมอ”

คนที่จะเอนทรานส์ก็เหมือนกัน ให้สม่ำเสมออ่านหนังสือตั้งแต่วันนี้ เพราะเนื้อหาที่ออก ไม่ใช่เนื้อหาที่เรียนคอร์สสรุปวันเดียว แต่คือเนื้อหาที่เราเรียนมาทั้งชีวิต จะได้ไม่เหมือนเพื่อนเรา ที่มานั่งบ่นๆกันว่า “ไปเรียนติวเข้มคอร์สนี้ไม่คุ้มเลย ไม่ออกสักตัว ที่ออกอยู่ในหนังสือโรงเรียนหมด!!”

-บริหารเวลาให้เป็น

ชีวิตเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน บริหารให้ดี อย่าเอากิจกรรมเอนเทอร์เทรนมาเบียดเวลานอน พักผ่อนโดยการเล่นคอม ดูทีวีกับการนอนไม่เหมือนกัน ให้คิดว่าแค่ได้นอนก็คือการพักผ่อนแล้ว แค่นั้นแหละพอ

  • อีกเทคนิกคือ “รู้จักการประยุกต์สิ่งที่มี” เรื่องนี้เราเคยมีพื้นฐานแล้ว ก็พยายามเชื่อมโยงให้เข้ากับเรื่องที่เราเพิ่งได้เรียน เช่นเราเรียนประวัติศาสตร์สากล จำปีไม่ค่อยได้เลย ก็อาจลองเชื่อมกับช่วงเวลาของไทยดูเช่น อ๋อ! ตรงกับสมัยพ่อขุนรามนิ (ในกรณีที่แม่นประวัติศาสตร์ไทยนะ ^_^)

3. การสอบ

การสอบมีแค่ 2 ส่วนคือ

1 เตรียมตัวให้พร้อม ก็คือทั้งหมดข้างบน ต่อให้มั่นใจ อุปกรณ์พร้อม แต่ไม่มีความรู้ ก็ไม่มีประโยชน์

  1. ทนความกดดันให้ได้

หลายคน (น้องเราเอง) มันอ่านหนังสืออยู่บ้านได้คะแนนเท่านี้ พอไปสอบได้ลดลง มันก็มาบ่นๆให้ฟัง จริงๆแล้ว ช่วงที่เราอยู่ในห้องสอบจะมีความกดดันและความรบกวนที่คาดไม่ถึง เช่น อาจารย์มองหน้า แอร์ลงหัว เพือนข้างๆเคาะปากกา และความเครียดที่อยู่ภายในตัวเรา

สิ่งที่ต้องทำก็คือ ฝึกให้ชินกับความกดดันถ้าจะทำข้อสอบเก่า อาจลองไปทำตามร้านกาแฟ ฟูดคอร์ส หรือที่ที่มีเสียงดังๆดู แล้วเราจะทำข้อสอบได้แบบไม่แคร์ใคร55+

สรุปสั้นๆ เราต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือ “อุปสรรค” ทำให้เราเรียนไม่เก่ง แล้วหลังจากนั้นก็ฆ่ามันทิ้ง ไม่ๆๆ ดูโหดร้ายเกินไป แค่จำกัดมันออกไปจากชีวิตก็พอ

เหมือนที่เราเคยเขียนไว้ในเรื่อง  พรสวรรค์ VS พรแสวง ที่ว่า พรสวรรค์กับพรแสวงจริงๆแล้วไม่สำคัญ สำคัญที่ตัวเรา

Advertisements

5 thoughts on “3 เทคนิกช่วยให้เรียนเก่งขึ้น

  1. อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นค่ะ ช่วงนี้เหนื่อยกับการการสอบ ตอนสอบน่ะไม่ตื่นเต้นแล้ว(เริ่มชินเพราะสอบบ่อยเกิน 55) แต่ที่ยังทำใจให้ชินไม่ได้ก็คือตอนรู้คะแนนนี่ล่ะค่ะ T_T

    คะแนน sat เพิ่งออกเมื่อวาน ทั้งที่คิดว่าทำเลขได้แต่ออกมาาต่ำกว่าที่คิดไปพอสมควร กว่าจะสอบอีกทีก็คงเป็นเดือน 10 เลย แต่ตอนนั้นก็ชนกับการสอบ gatpat อีก กลัวตัวเองจับปลาสองมือแล้วจะทำอะไรออกมาไม่ได้ดี เพื่อนที่รู้จักแต่ละคนคะแนนก็โหดแบบว่า 555 แบ่งมาให้เราสัก 100 คะแนนเหอะ XD

    รู้สึกบ่นไปเยอะ ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว จะพยายามทำโจทย์แล้วก็ท่องศัพท์ไปด้วย 5555 แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้เท่าไหร่นี่สิ orz

    1. อ่านเยอะๆ ทำแบบฝึกมากๆ ก็ทำได้ค่ะ จับปลาสองมือก็ดีกว่าไม่จับเลยสักตัวเนอะ ^^

  2. ต้องทนความกดดันให้ได้นี่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ
    ตอนเราสอบreading มีเสียงแอร์แกรกๆ
    สมาธิกระเจิงT_T

  3. พี่เก่งมากเลยคะ
    ติดตามบล็อกมานานแล้วค่ะ มีประโยชน์มากๆเลย^_^

  4. เรื่องกระตุ้นตัวเองนี่ก็สำคัญ
    เพราะทางนี้เรียนภาษา แน่นอนว่าต้องท่องศัพท์กันให้ตายไปข้างอ่ะ
    ท่องแล้วก็ห้ามลืมด้วย แล้วยิ่งเรียน ศัพท์ยิ่งเยอะ
    ถ้าวันไหนขี้เกียจ วันนั้นจะไม่ได้อะไรเลย

    แล้วไวยากรณ์อีก มีเยอะมาก แล้วก็ ถ้าเอาแต่ท่องอย่างเดียว มันก็จำได้แค่ระยะเวลาไม่นาน
    ถ้าได้ใช้บ่อย ๆ ด้วยจะดีมาก
    555 ตามอ่านบล็อคอยู่นะค่ะ แต่ว่าช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว
    T^T

    เรื่องภาษาญี่ปุ่นจะพยายามอัพค่ะ ^^

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: