(แนะนำ) Harvard University ที่สุดตลอดกาล

ตอนแรกเดือนนี้บอกไม่อัพแล้ว (จะไปอ่านหนังสือ) แต่สุดท้ายก็มาอัพอีกจนได้ พักนี้ไม่ค่อยมีสมาธิเลย ไม่รู้เป็นไรเหมือนกัน ……. เดี๋ยวเขียนเสร็จจะไปอ่านหนังสือละ จริงจัง!!

วันนี้ เราจะมาแนะนำ คร่าวๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกอย่าง Harvard University  กัน มาดูกันเลยยยย

ตรามหาลัยค่ะ คำว่า Veritas เป็นภาษาละติน แปลว่าความจริง
Motto ของมหาวิทยาลัยก็คือความจริง

Harvard University  เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ก่อตั้งมาเมื่อเกือบ 400 ปีที่แล้วนู่น ในเมือง Cambridge รัฐ Massachusetts ประเทศอเมริกา ไม่ได้อยู่เมือง Boston อย่างที่บางคนเข้าใจ แต่ถือว่าอยู่เมืองติดกันเลย (แต่หลายคนอาจไม่กล้าบอกว่าอยู่แคมบริดจ์ เพราะเดี๋ยวคนอื่นจะนึกว่าอยู่อังกฤษ…)

ด้วยความที่รัฐ Massachusetts เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นอารยธรรมของอเมริกาเลยก็ว่าได้ ดังนั้นที่นี่เลยมี มหาวิทยาลัยเก่าแก่อยู่เยอะ…..

วิชาที่เปิดสอน

จริงๆ ฮาร์วาร์ด มีวิชาที่เปิดสอนเยอะมากๆ หลากหลายสาขาวิชา แต่วิชาที่คนเลือกเป็นวิชาเอกระดับปริญญาตรีมากที่สุด 5 ลำดับคือ

1.สังคมศาสตร์ (รัฐศาสตร์ เศรษศาสตร์ จิตวิทยา ฯลฯ คณะทางสาย social science)

  1. ชีววิทยา (ส่วนมากเลือกเรียนอันนี้เป็นเตรียมแพทย์ก็ได้)

  2. คณิตศาสตร์

  3. ประวัติศาสตร์

  4. วิทยาศาสตร์ (physical science) เช่นเคมี ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ ฯลฯ

 

 

ซึ่งจะอยู่ใน Harvard College บางคนเสิร์ชหาฮาร์วาร์ดแต่เอ๊ะ เจอแต่ Harvard College เลยอาจสงสัยว่าที่เดียวกันหรือเปล่านะ ตอบได้เลยค่ะว่า คือที่เดียวกันโดย Harvard College สำหรับปริญญาตรีนั่นเองจ้า

สาขาอื่นๆ ก็มีสอนนะคะ เช่นวรรณคดี ภาษา เอเชียศึกษา ศึกษาศาสตร์ เราว่ามีเยอะอยู่นะ

ส่วนระดับปริญญาโทก็มีหลายสาขามาก ถ้าดังสุดก็คือ Harvard Law school (โรงเรียนกฎหมาย), Harvard Medical school (โรงเรียนหมอ) และ Harvard Business school (บริหารธุรกิจ) ด้านคณะศึกษาศาสตร์ของเขาก็ดังนะ สรุปก็ดังหมดแหละ 55

2 ที่แรกเคยทำเป็นละครเกาหลีด้วยนะชื่อว่า Love story in Harvard ใครยังไม่เคยดู ไปหาดูซะ แล้วจะพบว่า ให้แรงบันดาลใจมหาศาลเลย

15

บรรยากาศการเรียน….อยากไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเนอะ

การสมัคร

อัตราการตอบรับก็จะประมาณ 7 เปอร์เซนต์…..น้อยเนอะ แต่อย่าท้อใจจนไม่สมัครนะ

ถ้าคุณสมบัติถึงก็สมัครเลย เคยมีคนบอกว่า ถ้าคุณสมัครโอกาสคือ 7 เปอร์เซนต์ แต่ถ้าไม่สมัครโอกาสคือ 0 หลังจากได้ยินคำนี้ เราก็สมัครทุกอย่างที่ขวางหน้า…..

โดยสิ่งที่ Harvard ใช้พิจารณา หลักๆ ก็คือคะแนนสอบ SAT 3 Parts เขาไม่ได้มีคะแนนขั้นต่ำ แต่ส่วนมาก (คาดว่าเกือบทั้งหมด) จะรับคนที่ได้คะแนนแต่ละพาร์ท 650 ขึ้นไป….แล้วก็ต้องส่ง SATII 2 วิชา และนอกจากนั้นก็คือ Essay, activities, awards…….

11

ห้องสมุด อารมณ์แบบแฮรี่ พอตเตอร์มาก

เป็นมหาวิทยาลัยที่มีห้องสมุดใหญ่ที่สุดในโลก มีหนังสือกว่า 16 ล้านเล่ม….

ชีวิต

ห้องเรียนที่นู่นประมาณ 80 เปอร์เซนต์ มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คนต่อห้อง คือเป็นคลาสที่เล็กมากๆ เน้นให้ใกล้ชิดกับอาจารย์

อัตราส่วนนักเรียนต่ออาจารย์ก็คือ 7-1 น้อยมากอ่ะ

เคยอ่านเจอบ้าง/ฟังคนเล่าบ้าง ก็บอกๆ กันว่าเด็กที่นี่เก่ง ตั้งใจเรียนมาก อย่างห้องสมุดจะเปิด 24 ชั่วโมง ก็จะมีเด็กมานั่งอ่านหนังสือตลอดโดยเฉพาะช่วงใกล้สอบ

ฟังคนเขาเมาท์มาอีกที เขาบอกว่าคนจีนกับเกาหลีคือขยันสุดๆ ถึกมากกก อ่านหนังสือไม่หลับไม่นอน อย่างน้องชายเรามาเรียนม.ปลายที่อเมริกา เขาบอกว่าคนจีนเก่งมาก ขยันโคตรๆ เพื่อนหลายคนของเราก็เมาท์แนวนี้หมด ใครอยากกระตุ้นตัวเองให้ขยันลองหาเพื่อนคนจีนกับเกาหลีไว้นะ เราจะได้ขยันเหมือนเขาบ้าง

เพิ่มเติม 2018

ที่เขียนข้างบน เราเขียนไว้ตอนปี 2012 แต่หลังจากเราได้มาเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกา เราบอกได้เลยว่าคนไทยนี่แหละเก่งมากกก คือถ้าเก่งก็เก่งสุดๆ จะจีน จะเกาหลีก็เหอะ

 

12

คิดถูกคิดผิด เอาภาพนี้มาเนี่ย 55+ ใบไม่สีสวยเนอะ…

ค่าใช้จ่าย

ค่าเทอมจะประมาณ 40000 เหรียญ และค่ากินอยู่ประมาณ 13000 เหรียญต่อปี (ค่าอยู่ที่แถวบอสตันมันแพง…) ซึ่งเด็กส่วนมากก็ขอทุนการศึกษา แล้วก็ได้กันด้วยนะ โดยเข้าให้ค่าเรียนเป็นทุกการศึกษาปีหนึ่งเฉลี่ย 39000 เหรียญต่อคน (งงป่ะ คือไม่ใช่ทุกคนที่ได้นะ แต่คือเอาจำนวนเงินที่มอบให้ทั้งหมด หารด้วยจำนวนคนในมหาลัย แล้วจะได้ตัวเลย 39000) คือ บางคนก็อาจได้มากกว่านี้ หรือบางคนอาจไม่ได้อะไรเลย TT

ค่าเทอม/ค่ากินอยู่ เขาจะขึ้นปีนึง 4-5 เปอร์เซนต์ สรุปคือขึ้นปีนึงประมาณ 2000 เหรียญ

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเขาไปเอาเงินมาจากไหนกัน ส่วนหนึ่งคือค่าเทอมที่จ่ายของนักเรียนคนอื่นๆ รัฐสนับสนุน และเงินบริจาค ฮาร์วาร์ดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคนบริจาคเงินให้สูงที่สุดในโลกเลยนะ อย่างปีที่แล้ว มีคนบริจาคให้ทั้งหมด 3 หมื่นล้านเหรียญ….เยอะเว่อร์

14

ห้องเรียนสำหรับคลาสใหญ่ๆ จุคนเป็นร้อยค่ะ

เคยมีรายการเกาหลีไปสัมภาษณ์อาจารย์เป็น Professor ที่นี่ (แล้วเราก็ยังตามไปดู) อาจารย์เขาพูดประโยคหนึ่งดีมากๆคือ “อาจารย์ที่นี่ก็ไม่ได้เก่งมาก…แบบอัจฉริยะหรอก แต่ที่นี่เรามีข้อดี 2 อย่างคือ 1. เรามีสถานที่ที่ดี มีห้องสมุดพร้อม ห้องเรียน ห้องแล็บดี และ 2. เรามีนักเรียนที่เก่ง มีคุณภาพ 2 สิ่งนี่แหละ ที่ทำให้ผมเป็นครูที่ดีได้”

คือเราประทับใจมาก….เรารู้ว่าเขาอ่ะ เก่งอยู่แล้ว แต่นี่คือการถ่อมตัวไม่เคยเอาตัวเองอวดข่มคนอื่น และสิ่งสำคัญคือเป็นวัฒนธรรมของอเมริกันเลยมั้ง ว่าอาจารย์จะให้เกียรตินักเรียน เขาถือว่าเรามีฐานะเท่าเทียมกัน อาจารย์ ไม่ใช่คนที่เก่งกว่า แค่อ่าน/ศึกษา/ใช้ชีวิตอยู่กับวิชาที่สอนมากกว่าเท่านั้น

คือเราประทับใจกับคำพูดของเขามากอ่ะ แบบการให้เกียรตินักเรียน…..หายากมากนะ ในบางสังคม

ดังนั้นในคลาส เราสามารถยกมือขึ้นถาม/แย้งได้เลย…….หรืออย่างถ้าเราตอบคำถามในห้อง เขาไม่มีแบบว่า “อย่าถาม” “คำถามนี้โง่มาก” “หยุดถาม/ตอบ ได้แล้ว” เขาจะให้เราพูดในสิ่งที่เราคิดออกมาเลย…..(อันนี้คุณพ่อของเราบ่นมา ว่าในมหาลัย เด็กอเมริกันบางทีก็พูดมาก-ตอบคำถามอาจารย์ตลอด แต่ใช่ว่าจะถูก55+)

แต่ก็เป็นการสอนให้คนกล้าแย้ง กล้าแสดงจุดยืนตัวเอง ไม่ใช่สังคมที่ไหลไปตามน้ำ….

สีเสื้อที่เห็น เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย…..สีแดงเข้ม

Summer Class For International Student

โปรแกรมนี้ น่าสนใจดี แต่เราอาจติดปัญหาตรงที่ปิดเทอมไม่ตรงกับเขา ก็คือเขาจะรับนักเรียนต่างชาติ/ต่างมหาวิทยาลัย หรือเด็ก High school ก็ไม่ได้นะ ชื่อว่า Summer school ให้เราได้ไป Take class ที่ Harvard อ่านโอนหน่วยกิตมาไ้ด้ด้วยนะ ไม่แน่ใจ

วิชาก็น่าสนใจมาก ทั้งการเขียน วรรณกรรม (มันน่าสนใจกับเรา แต่หลายคนอาจไม่สน ถ้าให้เราเขียนมันก็จะวนๆ อยู่แต่วิชาโทนนี้) หรือวิชาฝั่งอื่นๆ ก็มีทั้ง วิทยาศาสตร์ บัญชี ธุรกิจ

แต่ ToeflIBT ต้องถึง 100 นะ ถึงจะสมัครได้…..

ลองเข้าไปดูที่นี่เลย http://www.summer.harvard.edu/international/

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.harvard.edu/ แล้วหวังว่าเราคงจะได้เจอกัน………..(คือเราอาจไปเดินเล่นแถวนั้น แต่เพื่อนๆ คนอ่านได้เป็น Harvard student ถ้าถึงวันนั้นทักทายเราได้นะ)

Advertisements

20 thoughts on “(แนะนำ) Harvard University ที่สุดตลอดกาล

  1. กำลังหาข้อมูลอยู่พอดีเจอเว็บนี้แล้ว รู้สึกได้ความรู้มากครับ แต่อยากทราบว่า ถ้าต่อ LL.M. เราต้องสอบอะไรบ้างครับ Toefl Gmat SAT etc.

  2. บอกตรงๆ ค่ะ พอดีคิดถึงแฟน เลยเสิร์ชหาเกี่ยวกับมหาลัยนี้เล่นๆ แล้วก็มาเจอบล็อคนี้ เลยเข้ามาอ่านเล่นๆ คือว่าแฟนเราได้ทุนรัฐบาลไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบินที่นี่ 2 ปี เรียนหนักมากๆ ไม่มีเวลาจะคุยกันเลย บางครั้งหนักมากจนแฟนเริ่มท้อ ท้อแล้วฮึด ฮึดแล้วท้อ เป็นสลับกันเรื่อย 555

    อย่างที่บอกค่ะว่าเค้าต้องเรียนที่นั่น 2 ปี นี่ก็เพิ่งเริ่มเรียนสาขาโดยตรงราวๆ 2 เดือนเอง ก่อนหน้านี้ทุกคนจะต้องมีการเรียนปรับพื้นฐานประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ก่อนค่ะ และมีการเก็บคะแนนเพื่อนำไปเทียบเรียนกับสาขาที่ต้องการ….

    คิดถึงแฟนค่ะ ไม่มีอะไรทำ …. TT

    1. 55 เข้าใจค่ะ เด็กที่นี่เรียนหนักจริงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเขาและเรานะคะ ที่ได้เรียนที่นี่ ^^

  3. ปรึกษาค่ะจบป.ตรี 14 ปี เป็นพยาบาล จะไปเรียนต่อ MSN ได้มั้ยค่ะ

  4. อยากรู้ว่า ทุนของฮาวาร์ดให้ต่อปีใช่ไหมคะ แล้วการสมัครเข้าเรียนของที่นั่น ต้องสอบหรือเปล่า ค่าสมัครเท่าไหร่ แล้วถ้าขอทุนนี่คือเราเรียนฟรีใช่ไหมคะ งงๆอยู่ค่ะและกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

  5. พี่คะ คืออยากรู้ว่าถ้าขอทุนแล้วเค้าจะใช้อะไรพิจารณาอ่ะคะ MBA ค่ะ อยากไปมากเลย แล้วต้องสอบอะไร toefl sat etc. ขอบคุณค่ะ

    1. MBA ต้องสอบ Gmat กับ Toefl ค่ะ
      เราไม่แน่ใจว่าใช้ทุนอะไร เพราะสาย MBA ไม่ค่อยมีทุนซะด้วยสิ แต่เรียนแล้วคุ้มค่ะ เพราะจบมาเงินเดือนสูงมากๆ

  6. Summer classนี่ เด็กไทยตาดำๆอย่างหนูสมัครได้มั้ยคะ ถ้าtoeflถึง หรือต้องไปแข่งขันกันภายในอีก?

    1. หนูอยู่มหาลัยหรือว่าเรียนอยู่โรงเรียนใช่ไหมคะ

      สมัครได้ค่ะ……เขาก็คัดๆ นะ แต่พี่ว่าไม่น่าโหดมาก เพราะมันเป็นคอร์สสั้นๆเอง

  7. ถ้าเข้าฮาวาร์ดไม่ได้ เราสามารถเข้าไปเดินเล่นได้อยู่ใช่ไหมอ่ะ?
    แบบ อยากเข้าไปสัมผัสห้องสมุด >w< (เป็นบ้ากับห้องสมุดมาก)

  8. เราสงสัยว่าค่าเทอม4หมื่นเหรียญ นี้คือตลอดหลักสูตรเลยป่ะ เพราะมันก็ล้านกว่าบาทเลยอ่ะ
    เช่น mba อ่ะ

    1. เราไปศึกษามาดูล่ะไม่ใช่ตลอดหลักสูตร แค่เป็นเทอมนี่แระ

      1. 40000 เหรียญต่อปีค่ะ ถ้าตรีเรียน 4 ปี แต่โทเรียน 2 ปี (ค่าเทอมโทน่าจะถูกกว่านี้หน่อยนะ ^^)

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: