หนังสือเรียน ภาษาเกาหลี

มีคนขอให้ช่วยริวิวหนังสือสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่น เกาหลี จีน ก็จะจัดไปสำหรับ 2 อันแรก ส่วนจีน…..แนะนำอะไรไม่ได้นอกจากหนังสือเรียนคันจิ TT

วันนี้ขอเป็นเกาหลีก่อนแล้วกัน ส่วนญี่ปุ่นจะตามมาในเร็ววัน

ก่อนจะแนะนำหนังสือ ขอแนะนำเกี่ยวกับตัวภาษาและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (สะกดยังงี้ปล่าว?) ก่อน  ก็อยากบอกว่าก่อนจะเรียนภาษาอะไรก็ตามเราต้องมีแรงบันดาลใจ มีจุดหมาย แต่ใครที่จะเรียนภาษาเกาหลีคงมีกันอยู่ในใจแล้วแน่ๆ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือเราต้องมั่นใจว่าจุดหมายนี้จะอยู่กับเราไปนาน

ไม่งั้น ถ้าเบื่อก่อน เราก็จะไม่อยากเรียน….อาจต้องไปหาจุดหมายใหม่แทน55+

มาถึงตัวภาษา เกาหลีจะเป็นภาษาที่แกรมม่าเหมือนญี่ปุ่น คำศัพท์มีรากจากจีน (เลยเหมือนญี่ปุ่น) สรุปคือใครมีพื้นญี่ปุ่นหรือจีนก็จะได้เปรียบหน่อย…..แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร

แต่คำเตือนอย่างหนึ่งคือ เราไม่ค่อยแนะนำให้เรียน 2 ภาษาในกลุ่มนี้ด้วยกัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นกับเกาหลี ถ้าเริ่มเรียนระดับต้นพร้อมกันทั้งคู่ มันจะงงมาก (คือเราเคยเป็นมาแล้วนั้นเอง) ……แล้วอาจพูดญี่ปุ่นด้วยสำเนียงเกาหลี (คำศัพท์มันออกเสียงใกล้ัไง) ผลคือเพือนงง TT

ตัวอักษรเกาหลี

ตัวอักษรเกาหลีมีน้อยกว่าไทย (เย้) แล้วก็มีแค่ชนิดเดียว (ไม่ได้มี 3 แบบเหมือนญี่ปุ่น) แถมบางตัวออกเสียงใกล้กันอีกเช่น ㅅ ㅈ ㅊ ㅉ ㅆ เซ้ตนี้เขาจะออกเสียงตระกูล ส/จ/ช แล้วเกาหลีเขาจะมีเสียงลิงค์กัน ระหว่างตัวสะกดกับพยัญชนะต้นตัวถนัดไป….สระบางตัวเสียงก็ใกล้ๆกัน

ทำให้เวลาสะกดคำต้องระวังดีๆ (คำพ้องรูปเสียงก็เยอะ)

มาใกล้จะถึงหนังสือละ

อย่างแรกที่ทำสำหรับการเรียนภาษาก็คือให้เริ่มจากตัวอักษรก่อน จำให้ได้แล้วชีวิตจะสบายขึ้นเยอะ…..เช่นอ่านคาราโอเกะเพลงเกาหลีออก (แต่ร้องไม่ทัน เพราะเร็วเกิน55+)

ส่วนหนังสือสำหรับเรียนแนะนำก็คือ (เลือกแค่เล่มเดียวก็พอจ้ะ)

1. Integrated Korean *****

เป็นของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาวาย เราว่าดีที่สุดมีครบทั้งฟัง อ่าน คำศัพท์ แกรมม่า วัฒนธรรม เนื้อหาสนุกดี คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ (คิดว่าได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว 55+)

ส่วนการซื้อ คิโนะจะมีอยู่เล่ม สองเล่มระดับ Beginner (ซีรีย์นี้เขาจะมี 5-6 ระดับ ระดับละ 2 เล่ม) สภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าใครอยากซื้อก็แนะนำให้สั่งซื้อกับทางร้านคิโนะ หรือไม่ก็เอเชียบุ๊ค ไม่รู้ว่าร้านไหนจะถูกกว่ากัน…..สภาพที่ได้น่าจะดีกว่าหน่อย

2. แบบเรียนภาษาแต่ละมามหาวิทยาลัย *

ของยอนเซมี 6 ระดับ…สักวันจะได้ใช้เล่มนี้บ้าง อะไรบ้าง

มหาวิทยาลัยที่เกาหลี หลายที่เขาจะมีสถาบันสอนภาษา ก็เลยมีำหนังสือสำหรับหลักสูตรของตัวเอง เราก็เคยอ่านแค่ของ Yonsei เนื้อหาใช้ได้ แต่จะมีข้อเสียคือ  ไม่มีเฉลยแบบฝึก (เขาเอาไว้เรียนในคลาสไง) แต่ก็มีซีดีให้ฟัง คำอธิบายชัดเจน

ของมหาลัยอื่นๆ ที่ได้ยินคนบอกว่าดีก็คือของ Seoul National University ส่วนของอีฮวามีหลายซีรีย์มาก….จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าแตกต่างกันยังไง คยองฮีกับโซกังก็มีแต่ถ้าดูราคาแล้ว ยอนเซน่าจะถูกสุดนะ

3. แบบเรียนที่แปลเป็นไทย

ขอเสียคือ (มาถึงก็ข้อเสียเลยหรอ) คือมีถึง Level ที่ต่ำมาก ไม่เกินระดับกลางหรอก…ฉะนั้นใครที่คิดจะเรียนเกาหลีถึงระดัย ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้เก่งๆ ก็ไม่ค่อยเหมาะ เพราะถ้าอ่านเล่มนี้จบก็จะไปต่อไม่ถูก (จะงงว่าความรู้เราถึงเล่มไหนของสำนักพิมพ์อื่น) แถมบางทีความรู้มีครึ่งๆ เล่ม…จะซื้อดีไหมก็ตัดสินใจไม่ถูก จะข้ามเล่มก็กลัวไม่รู้เรื่อง จะซื้อก็เสียดายตังค์ เพราะบางอย่างก็เรียนไปแล้ว

แต่เนื้อหาที่เห็นดีสุด น่าจะเป็น Beautiful Korean เหมือนมีซีดี (หรือเปล่า) เราเอาของคนอื่นมาอีกที สภาพเลยไม่ค่อยครบ หรือฟัง พูด อ่าน เขียน ที่มี 4 เล่มในระดับต้น ก็พอใช้ไ้ด้ (แค่ไม่เข้าใจว่าจะแยก 4 เล่มทำไมในเมื่อเนื้อหา 80 เปอร์เซนต์เหมือนกัน)

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ Dic ที่ไทยมีขายไม่มากหรอก ลองเลือกๆ กันดูนะ

ส่วนถ้าดิกออนไลน์ก็มี

  • Daum Dictionary (English-Korean) (Kor-Kor) คนแนะนำเยอะ บอกว่ามีตัวอย่างประโยคและการใช้ให้ด้วย
  • Naver Open Dictionary / Naver 신어 Dictionary  สำหรับคนเรียนระดับสูงๆ มีการผสมคำ (เขาเรียกว่าไร คำประสมป่ะ) ใหม่ๆ แล้วก็มีแสลงด้วย
  • Pronounciation guide พิมพ์ตัวเกาหลีใปแล้วก็จะออกเสียงให้ เอาไว้ใช้เวลาเจอคำที่เราไม่แน่ใจว่าออกเสียงยังไง เช่น  옮다.
  • Google Translate สำหรับคนเพิ่งเริ่ม ง่ายดี แต่ระวัง บางทีก็มั่ว…แปลคำศัพท์พอได้ แต่อย่าให้นางแปลทั้งประโยค เพราะแกรมม่าเธอป่วยมาก 55+

ต้องบอกไว้ก่อนว่า เราเองก็ยังอยู่ในระดับต้นๆ เท่านั้น ปรึกษาเรื่องเรียนภาษาพอตอบได้ แต่ถ้ามาเป็นประโยคให้แปล…สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ จับประโยคใส่ Google Trans ให้ค่ะ TT

ได้ฤกษ์สำหรับภาค 2 ที่หลายคนรอคอย(หรือเปล่า) สำหรับหนังสือภาษาญี่ปุ่น ต่อคิวก่อนละกันนะ แต่จริงๆ หนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นมีขายในไทยก็ค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีคนรีวิวพอสมควรเลย…..มีใครอยากให้รีวิวหนังสือภาษาอะไรอีกไหม…บอกได้นะ แต่อาจรีวิวได้แค่ 4 ภาษานี้ (แล้วจะพิมพ์มายาวเพื่อ?)

ต่อไป สิ่งที่จะแนะนำก็คือ

1. เว็บออนไลน์เรียนฟรี

จริงๆ มีหลายเว็บเลย น่ารักๆ ด้วยได้แก่

www.Talktomeinkorean.com 

เว็บนี้ดีที่สุดแล้วนะ เท่าที่เคยพบมา มีสอนตั้งแต่เบสิคไปจนถึงยากขึ้นๆ มีแกรมม่า ศัพท์ การใช้ ชีวิต วัฒนธรรม ครบ เป็นเว็บที่เจอคนเรียนภาษาเกาหลีเอง “ทุกคน” แนะนำอันดับ 1 เสมอมา

มีเพจเฟสบุ๊คไทยด้วยคือ Talktomeinkorean Thailand เราเป็น Co-admin ด้วย (ผู้ไม่ค่อยทำอะไร55+)

Sogang Online Lessons

ไว้ฝึกฟังนะคะ (จริงๆมีทุกอย่าง ตั้งแต่คำศัพท์ แกรมม่า การอ่าน การฟัง) แต่ใครที่เรียนภาษาเองก็อาจมีปัญหาเช่น ไม่อยากซื้อหนังสือที่มีซีดี เพราะราคาจะแพงขึ้น (มาก) ก็ไม่ฝึกฟังดีค่ะ เป็นของมหาลัยโซกัง เวลาบทสนทนาก็จะมีมหาลัยโซกังแทรกมาตลอด 55+

Click Korean

ของมหาลัยโซล ดีเหมือนกันค่ะ สำหรับระดับ Beginner

ที่เหลือแต่อาจยากหน่อยเพราะไม่ค่อยมีภาษาอังกฤษก็คือ

  1. เป็นเหมือน Online learning Resource จะสำหรับคนที่อยู่ระดับสูงหน่อยคือ

Korean Legal Terms and Vocabulary Part 1 Part 2

Standard Korean pronunciation rules (표준어 규정) สำหรับคนที่สนใจในเรื่องการออกเสียงภาษาเกาหลีค่ะ เขาเรียกว่าอะไรนะ Korean phonology ป่ะ

3. หนังสืออ่านเสริม/ทบทวน

  • Once upon a time in Korea (Beginner) ดีมากๆ นอกจะเหมือนได้ทวนคำศัพท์แล้วยังได้รู้นิทานพื้นบ้านเกาหลีด้วยนะ
  • Practice of Korean Grammar (intermediate-advanced)
  • สุดท้ายก็คงเป็นหนังสือ Topik ที่แนะนำได้ ก็คือถ้าอยากซื้อให้ซื้อเป็นพวก Guide Book แนะนำให้ซื้อที่มีคำแนะนำในการทำข้อสอบดีกว่าซื้อพวกรวมข้อสอบ (เพราะมีให้โหลดฟรี ^_^) เว็บที่แนะนำก็คือ http://www.topikguide.com/

Thanks hangukdrama.com

Advertisements

2 thoughts on “หนังสือเรียน ภาษาเกาหลี

  1. The sciatica chiropractic is highly infectious and can spread quickly and
    easily among people who have been vaccinated against
    sciatica chiropractic, and everything I’ve done this morning has been aimed at saving GP time. Often, the red spots begin to increase until they develop into small blisters that break to form scabs.

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: