Review: ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน


large_NoSmart_Front_small

อยากรู้ไหม ว่าทำไมเราถึงได้ฤกษ์มาอ่านหนังสือเล่มนี้….มันคือความไร้สาระอย่างมาก

มีอยู่วัน ระหว่างที่อยู่ว่างๆ นั่งส่องรูป ดูโน่นนี่ไปเรื่อย จริงๆ รู้ข่าวว่าพี่ต่าย-ชุติมาแต่งงานมานานละ ก็เหมือนมีอะไรมาสะกิดใจ เอ๋! พี่เขาแต่งกับใครนะ(ชื่อก็ไม่รู้จัก)  เสิร์ชไปเสิร์ชมาก็ไปเจอคลิปสัมภาษณ์ทั้งคู่ของรายการคู่ซี้ตีเนียน ดูจบก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ฉลาดมากและทัศนคติดีก็เลยหาไปหามา จนมารู้ว่า

เอ้า เขาคือคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้หรอ…

หนังสือเรื่องนี้เป็นแนวเกี่ยวกับอะไร เราก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

แต่บอกไว้ก่อนว่าอาจไม่ถูกใจวัยรุ่นทุกคนเหมือนเล่มส้ม เพราะเล่มนั้นเหมือนสร้างมาเพื่อวัยรุ่น (และคนวัยอื่นๆด้วย) โดยเฉพาะ แต่เรื่องนี้ เนื่องจากตัวคุณทิมเขาเป็นคนที่เรียนด้านการปกครองที่ฮาร์วาร์ดและ Business school ที่ MIT (เรียนปริญญาโทจบ 2 ใบภายใน 3 ปี….เก่งเว่อร์) และชอบเที่ยว

หนังสือเล่มนี้ก็เลยผสมๆ มีทั้งการเดินทางของเขา การเรียนที่โน่น ประสบการณ์ที่อ่านไปบางอันก็ขำแต่เหนือความขำคือความเจ๋งมากๆ บวกทัศนคติ(ที่ดีมากๆของเขา) ลงไปด้วย

ลองไปอ่านดูนะคะ สำหรับใครที่ไม่ชอบเรื่องการเมือง/เรื่องธุรกิจ ก็บอกว่าอ่านได้ …คือถ้าเราอ่านได้คนอื่นก็ต้องอ่านได้แหละ เพราะถ้าตามปกติ ถ้าเห็นคำว่า “การเมือง” เราก็ไม่อ่านละ…หนังสือพิมพ์เรื่องการเมือง/ธุรกิจยังไม่อ่านเลย ฉะนั้น เรื่องพวกนี้อย่าถาม เพราะอาจตอบได้แค่ว่า “ไม่รู้” 55+

 

ถ้าใครถามว่าคุณอยู่ข้างไหน เสื้อสีอะไร

ให้ตอบไปว่า “อยู่ข้างประเทศไทย”

Quote from book

“วิชานี้ไม่มีในหนังสือ ถ้าเรียนจากหนังสือคุณเรียนจากอดีต แต่ถ้าคุณเรียนจากเพื่อนรอบตัว คุณเรียนจากอนาคต” – จากอาจารย์ท่านหนึ่งของเขา

” โลกในบริบทใหม่ ทฤษฎีมีไว้เพื่อทำลาย”

อย่าเพิ่งหมดหวังกับประเทศไทย

ขอให้มองไปข้างหน้า

เขามีเล่าถึงระบบการศึกษาในญี่ปุ่นด้วยแหละ ว่าโรงเรียนประถม เขาจะเน้นที่การทำงานเป็นทีม ระเบียบ ความอดทน ความอ่อนน้อมถ่อมตน มากกว่าวิชาการ

เพราะเชื่อว่า วิทยาศาสตร์/ภาษาอังกฤษ มาพัฒนาภายหลังได้ แล้วเขายังตั้งข้อสังเกตที่น่าตกใจคือ (ที่ว่าน่าสนใจเพราะเป็นสิ่งที่แม่เราพูดบ่อยมากๆ..แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ55+)

ก็คือ เราไม่ค่อยได้ยินข่าวว่าเด็กญี่ปุ่นได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการ แต่ประเทศเขากลับส่งออกทางเทคโนโลยี คิดค้นอะไรใหม่ๆได้สาระพัด…..ต่างจากบางประเทศเนอะ ที่เน้นพัฒนาเพียงบางกลุ่มคนซึ่งเป็นส่วนน้อย แล้วก็ปล่อยส่วนมากไว้อย่างนั้น

ถึงว่ามีการวัดระดับความสามารถวิชาการ น่าดีใจนะที่นักเรียนในกรุงเทพเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซนต์ แต่ที่ทำลายความน่าดีใจลงสื้นเชิงก็คือต่างจังหวัดลดลง 17 เปอร์เซนต์ ส่งผลให้ลำดับของประเทศเรา ลดลงไปอีก

แล้วเพิ่งรู้ว่าประเทศไทย ใช้จ่ายไปกับค่าการศึกษามาก Input ความรู้เข้าหัวเด็กเป็นอันดับ 2 (รองจากใคร เกาหลีมั้ง) แต่ Output ออกมาอยู่รั้งท้ายดังเดิม TT

หนังสือเล่มนี้ของสำนักพิมพ์ Spring book << สำนักพิมพ์นี้เขาดีจริงอะไรจริง

นักเขียนคือ ทิม พิธา ดีกรีนักเรียนฮาร์วาร์ดและ MBA จาก MIT มากกว่าดีกรี เราชอบความคิดของเขามากๆ

คะแนนหรอ เอาไปเลยเต็ม 5 (เหนือกว่าประสบการณ์ดีๆของเขา ที่เขียนมาเล่าให้คนทั้งประเทศที่ไม่มีโอกาสได้ไปเรียนได้รู้)

…..อ้ออีกอย่าง ถ้าอ่านเล่มนี้จบแล้ว จะทำให้อยากไปเรียนฮาร์วาร์ดมากขึ้นอีกหลายเท่า ^_^

Advertisements

2 thoughts on “Review: ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: