(review) a werewolf boy



2

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกประหลาด แปลก ตั้งแต่แนวเรื่อง พล็อตเรื่อง ไปจนถึงระยะเวลากว่าจะได้ดูของเรา  เพราะเป็นหนังที่รอมา 1 ปีเต็ม ชีวิตนี้ไม่เคยรออะไรนานขนาดนี้มาก่อน =_=

บอกไว้ก่อน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำรายได้ได้สูงมากของเกาหลี ขึ้นอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์หนัง Romance ของเกาหลี (ได้ข่าวว่าแซงหน้า Twilight กับ 007 Skyfall) ด้วย

ฉะนั้น การคาดหวังว่าของคนที่ได้ดูหลังๆ อย่างเช่นคนไทย ก็คงคาดหวังสูงเป็นธรรมดา เพราะเรื่องนี้ได้ฉายในตปท มากมาย ตั้งแต่เอเชียจนถึงอเมริกา/แคนาดา

เรื่องนี้ จะเข้าฉายในไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้แล้ว ส่วนเข้าที่ไหนบ้างลองโทรไปเช็คกันดูนะ ที่รู้ๆ คือ เมเจอร์ (บางสาขา) เอสพลานาด และ SF (บางสาขา) เฉพาะในกรุงเทพค่ะ << หรือใครอยากดูฟรีก็เข้าไปได้ที่ Movie2k.to นะ

4

สำหรับเรื่่องนี้ เราเพิ่งดูจบมื้อกี้ ถ้าให้พูดกันตามจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วเครียดนะ สำหรับเรา (อาจเป็นคนเดียวก็ได้) พล็อตคาแร็คเตอร์ (จุงกิ) เป็นอะไรที่ใหม่มาก ตั้งแต่ดูหนังมายังไม่เคยเจอพระเอกคาแรคเตอร์ เรื่องราวแบบนี้เลย ส่วนปมเรื่อง เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ (พวกบรรดาพระรองและตัวประกอบ) สงสารจุงกิ TT

ทำร้ายได้ แม้กระทั่งหมา (ป่า)

เรื่องนี้โดยรวม เราก็ชอบนะ โดยเฉพาะครึ่งแรกของเรื่องนะ น่ารักมากๆ ดูไป กรี๊ดไป ครึ่งหลังเริ่มน่ารำคาญ ขนาดปกติหนัง/ซีรีย์ที่จุงกิเล่น เราจะไม่ Forward แต่เรื่องนี้ขอสักเรื่อง เพราะเครียดเกินไป แต่ตอน 7 นาทีตอนจบก็กลับมาน่ารักเหมือนเดิม โดยเฉพาะตอนจุงกิพูด >_<

1

ตัวละคร

ซงจุงกิ เล่นเป็นหมาป่าน้อยผู้น่ารัก คือเรื่องนี้จุงกิแบบทุ่มมากๆ ใครเป็นแฟนคลับจุงกิก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ Must watch เลย เราว่าเป็นหนังที่จุงกิเต็มที่มากที่สุดเรื่องนึงเลย (จริงๆก็ทุกเรื่องแหละ) แต่จากที่เราดูเองและอ่านคนอื่นรีวิวก็พูดเหมือนกันว่าจุงกิ เล่นดีมากๆ

คือ เนื่องจากเรื่องนี้ จุงกิไม่มีบทพูด << มีนิดหน่อยตอนท้าย ดังนั้น การแสดงออกของเขาคือสีหน้าและท่าทาง แต่ทั้งเรื่อง เรา (ตัดคำว่าแฟนคลับออกไป) คือเขาสามารถควบคุมร่างกายได้แบบไม่มีหลุดเลย แล้วรู้เลยว่าจุงกิทำการบ้านมาดีมากๆ เพราะแสดงได้เหมือนหมา(ป่า) มากๆ

(เท่าที่อ่านสัมภาษณ์ จุงกิบอกว่าต้องไปดูพวกทาซาน เมาลีอะไรพวกนี้หมด รวมถึงสังเกตลักษณะของหมาด้วย….ทุ่มเว่อร์)

ในเรื่อง จุงกิก็เป็นหมาป่านั้นแหละ แล้วครอบครัวนางเอกก็เอามาเลี้ยง แล้วก็…ไปตามพล็อตเรื่อง

3

พัก โบยอง เล่นเป็นคนเลี้ยงจุงกินั่นแหละ คอยสอนนั่นสอนนี่ << เหมือนเลี้ยงหมาไม่มีผิด สำหรับเรา เราผิดหวังกับตัวละครนี้หน่อย ตรงที่ถ้าเราเป็นเขา เราจะปกป้องจุงกิมากกว่านี้ (ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะสงสารหมาป่าหรือสงสารจุงกิกันแน่)

แต่น้องสาวเรา ที่นั่งดูด้วยกันบอกว่า นางเอกทำได้มากสุดเท่านี้แหละ….

โบยองเล่นได้ดีนะ อาจเพราะเคยร่วมงานกับจุงกิมาแล้ว ทั้งพากย์หนังและ Running man ดูแล้วเหมือนพี่น้องกันจริงๆ >_<

ต่อจากนี้คือสปอยเต็มๆ แล้วนะคะ ถ้าใครไม่อยากอ่าน ไปดูทีเซอร์ดีกว่านะ

แทนที่จะสปอย ขอบ่นดีกว่า คือเป็นอีกเรื่องที่เราสงสารจุงกิมาก ประโยคสุดท้ายที่เขียนให้นางเอกทำเอาเราแทบตาย 47 ปีที่จุงกิรอ นางเอกกลับมาหา แล้วก็จากไป 47 ปีนะคะ….

ถ้าเราเป็นนางเอก เราจะรั้งจุงกิไว้ให้มากกว่านี้ ถ้าจะไปก็จะเอาไปด้วย มากกว่าคนรัก เขาก็คือครอบครัว เขาก็คือพี่ชาย หรือน้องชาย (หรือสัตว์เลี้ยงของเธอนะ)

ถ้าซีรีย์เกาหลีที่เศร้าที่สุด เหมือนมีมีดกรีดหัวใจ สำหรับเรา เรายกให้จามอง แต่เรื่องนี้เหมือนมีอะไรก็ไม่รู้มากัดกินประสาท คือ บางคนว่าเป็นโรแมนติก คอมเมดี้? แฟนตาซี? แต่จริงๆ มันคือ Melodrama ค่ะ

ในความหวาน ยังมีความเศร้า ในความเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องจากกัน TT

5

ฉากนี้เศร้า แต่ไม่ที่สุด

A werewolf boy เป็นเรื่องที่เศร้ากว่าที่เราคิดไว้ แล้วก็พล็อตเรื่องต่างจากที่เราคิดไว้เยอะมาก ตอนแรกก็นึกว่าจะเบาๆ กว่านี้ คนอื่นไม่รู้ว่าเป็นไง แต่สำหรับ เราเครียดนะเรื่องนี้ ทั้งพล็อตด้วย สงสารทั้งพระเอก และก็สงสารจุงกิ ความรู้สึกมันเลย X2

แต่ถ้าถามว่า จะดูอีกไหมก็คงดู เหตุผลหลักก็คือจุงกิ จุงกิก็เล่นได้เหนือกว่าที่เราคิดไว้เยอะ พอเห็นจุงกิทุ่มสุดตัวขนาดนี้ อาทิตย์หน้าเราเริ่มฝึกงานแล้ว ก็ต้องทุ่มให้เต็มที่แบบเขาบ้าง ^_^

ยังไงเดี๋ยวก็จะไปดูในโรงอีกรอบแหละ หนังเรื่องแรกของจุงกิที่เข้าโรงในไทย ไม่ดูได้ไง จริงไหมคะ ^^

Advertisements

5 thoughts on “(review) a werewolf boy

  1. ไปดูมาแล้วค่ะ อยากบอกว่าโอยยยยยยย ใจจะละลายค่ะ หล่อมาก 5555 ไม่ใช่ละ เล่นได้ดีจริงๆ ค่ะ นี่ไม่ใช่แฟนคลับแต่อย่างใด แต่คิดว่าเขาเล่นดีจริงๆ จนว่าจะไปหาหนัง/ซีรี่ย์ที่เขาเล่นเรื่องอื่นมาดู >w<

    เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดหวังมาก เพราะคิดว่าก็พอเดาได้ ซึ่งโอเค พล็อตเดาได้จริง แต่การแสดงของจุงกิกินขาดสำหรับเราเลยค่ะ T^T (นี่ไม่ลำเอียงนะ XD) คือเราแบบ ช่วงแรกน่ารักจริงๆ ดูแล้วเขินมาก แต่พอถึงช่วงดราม่าเป็นอะไรที่เศร้ามาก น้ำตาไหลเผาะๆ แบบสงสารง่ะ อยากเข้าไปกอดปลอบ แบบฉากให้นางเอกลูบหัว แล้วสำหรับเรา ตอนที่พูดได้เป็นประโยคครั้งแรกนี่ ไม่ไหวแล้วค่า น้ำตาไหลไม่หยุดเลย T_________T ตอนที่นางเอกร้องไห้เราก็ร้องตาม ยิ่งตอนที่จุงกิร้องไห้นี่สุดๆ ค่ะ เพื่อนที่ไปดูด้วยก็ร้องไห้กัน ฮา

    …ส่วนตอนจบ ถ้าถามว่าจบดีไหม มันก็ดีเท่าที่จบได้ในความคิด เพราะคิดว่ามันยากที่จะให้จุงกิไปอยู่ในสังคมมนุษย์ แต่ก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี (นี่ใช้คำว่าสงสารไปกี่ที่แล้วนะ) ตอนที่ปั้นตุ๊กตาหิมะคนเดียว มันดูอ้างว้างมากเลยค่ะ U___U

    แต่โดยรวมแล้ว เป็นหนังที่ประทับใจนะคะ คิดว่าคุ้มที่ได้ ไม่เสียดายเงินสำหรับเรื่องนี้

    ปล. เราเวิ่นเว้อมากไปรึเปล่าเนี่ย 55555+

  2. กำลังเล็งไว้ว่าจะไปดูเรื่องนี้อยู่พอดีเลยค่ะ 5555
    ไม่ค่อยได้ติดตามฝั่งเกาหลีเท่าไร แต่พระเอกคนนี้เราก็ชอบอยู่
    แม้จะยังดูซีรี่ส์ที่เขาเล่นไม่จบก็ตาม ฮา

  3. อยากดูเพราะจุงกิเล่นเลย 5555 ชอบเจ้าของบลอคจังคะ รู้สึกว่ามีความสนใจหลากหลายดีเราเป็นแนวๆนั้น ขอบคุณที่เขียนบลอคมานะคะ ^^

    1. จริงๆ ก็ไม่ค่อยหลากหลายหรอกค่ะ >_< โลกนี้มีอะไรให้เล่นอีกเยอะ 55+
      ดีใจที่ชอบแนวเดียวกันนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ ^^

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: