2013 Reflection

ยังจำช่วงปีที่แล้วที่นั่งเขียนอำลาปี 2012 ได้เลย เวลาผ่านไปแป๊บเดียว ก็จะขึ้นปีใหม่อีกละ

ปีนี้เป็นปีที่เราเต็มที่มากๆ ในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่การเรียน การฝึกงาน เพื่อน ฯลฯ เขียนบล็อกด้วย แต่คือเต็มที่ที่สุดก็ได้แค่นี้แหละ เวลามันไม่ค่อยมี…
และปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่่เราจะได้ใช้ชีวิตกับเลขหนึ่งนำหน้า เพราะปีหน้าอายุก็จะครบยี่สิบปีแล้วค่ะ

Parfait’s life reflection

  • ฝึกงาน ช่วงหน้าร้อน เราได้ฝึกงานที่นิตยสารแห่งหนึ่งในไทย มันเป็นการฝึกงานที่ยากมากๆ อาจเพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยทึกด้วย.. แต่ก็เป็นการฝึกงานที่เราได้เรียนรู้เยอะมาก เยอะจนทำให้เปลี่ยนเมเจอร์เลยทีเดียว 55  ที่น่าดีใจ คือเราได้รู้จักคนหลายๆ คน ได้เป็นเพื่อนกับพี่ๆ ที่ฝึกงานด้วยกัน ซึ่งทุกคนทั้งเก่งและนิสัยดีมากๆ

  • การเรียน ช่วงครึ่งปีหลัง เป็นช่วงที่ปรับตัวกันแบบสุดๆ ที่หนักก็คงเป็นเรื่องเรียน เพราะเราไม่ค่อยเข้าใจระบบการศึกษาอเมริกันเท่าไหร่ (ก็ไม่เคยเรียนนิ) แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัว ตั้งเป้าไว้ในใจว่าขอให้ได้เกรดไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ ก็ได้เท่านั้นพอดี 55 ด้วยเทอมหน้าเอาใหม่ ขอให้สูงกว่านี้หน่อยนะ
  • ญี่ปุ่น ชีวิตปีนี้แทบจะอุทิศครึ่งชีวิตให้กับญี่ปุ่น ฟิตมาตั้งแต่ต้นไป ยังปลายปี (แต่ตอนนี้ไม่ได้อ่านจะครบเดือนละ 55) แต่ก็คุ้ม ได้ N3 มานอนกอดเล่น สู้ต่อไปเพื่อ N2 นะคะ
  • ชีวิต ชีวิตก็เรื่อยๆ ค่อนข้างเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนสถานที่ ภาษาแล้วก็อากาศ ตอนนี้หนาวมากเลย ข้างนอกติดลบเลขสองตัว…

Blog’s Reflection

Top post ที่มีคนเข้ามาอ่านมากที่สุด ค่อนข้างเหมือนของปีที่แล้วนะ เรื่องเกี่ยวกับ SAT เกาหลี เรียนต่อนอก เป็นอะไรที่ท็อปฮิตสุดๆ มาตลอด แต่อันดับหนึ่งของปีนี้ได้แก่

1. วิธีสอบ SAT ให้ได้คะแนนสูงๆ (จากรุ่นพี่ฮาร์วาร์ด)

2. แนะนำ หนังสือ SAT

3. อ่านหนังสือที่ไหนดีนะ

4. ตารางชีวิต เด็กนักเรียนเกาหลี

5. (แนะนำ) Harvard University ที่สุดตลอดกาล

6. Tag ซีรีย์เกาหลี/ญี่ปุ่นที่ชอบ (แบ่งตามประเภท)

ก็อยากบอกว่า ขอบคุณมากๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ รักคนอ่านมากๆ จริงๆ

Facebook’s page

3 อันดับสเตตัสที่มีคนไลค์มากที่สุด

  • อันดับสาม การศึกษาไทย VS อเมริกา

นักเรียนในฝันของอาจารย์ไทย : นั่งเงียบๆ ไม่คุย จดตามที่สอน ตั้งใจเรียน ไม่มาสาย ฯลฯ
นักเรียนในฝันของอาจารย์อเมริกัน : เหมือนอาจารย์ไทยทุกอย่าง แต่ต้องกล้าพูด แสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในชั้น
ไม่งั้น อาจารย์จะหักคะแนนเราออกไปอย่างเงียบๆ (เพิ่งรู้ตอนนี้ ที่ส่งเมลล์ไปถามอาจารย์ว่าคะแนนหนูหายไปไหน 55) 
อยากกรี๊ด ใครจะไปรู้ว่าต้องพูดในห้องด้วย! ด้วยเทอมหน้าจะเริ่มพูด (มีส่วนร่วมในชั้นละ) หวังว่าจะทำได้นะ =_=

  • อันดับสอง

รูมเมตเราโคตรเท่ห์
นางเป็นผู้หญิง คนจีน ลูกคนเดียว (และคาดว่ารวยโคตร)
แต่แบบ ตอนนี้เรากำลังมองนางจัดกระเป๋าอยู่
ช่วงปิดเทอม 1 เดือนนี้ นางจะไปเที่ยวปารีส!!
คาดว่าไปคนเดียว แบบแบ็กแพ็ก (ใช้กระเป๋าแบบแบ็กแพ็คใหญ่ๆ)
อายุ ถ้านับตามเดือนเกิด เขาอายุน้อยกว่าเราอีก
ของเรา แค่ไปค้างที่อื่น แม่เรายังไม่ให้เลยมั้ง TT

มองกระเป๋านางแล้วอิจฉาเบาๆ อยากไปปารีสบ้าง ไรบ้าง
(ปีที่แล้ว นางก็ไปแบ็กแพ็ก อเมริกาใต้ (หรือไม่ก็อเมริกากลางสักที่) คนเดียว !!

ว่าแล้วก็ก้มลงอ่านหนังสือต่อ พรุ่งนี้มีสอบสองวิชา TT
จากนั้นวันอังคารก็ไปบอกลา บางคน (หลายคน) อย่างที่บอกนั้นแหละ

เราคิดว่าป่านนี้นางยังไม่รู้ตัวว่าเราเมาท์นาง 55

  • อันดับหนึ่ง!!

สายวิทย์ Vs สายศิลป์

ช่วงนี้ได้ไปเจอกระทู้หนึ่งที่มีใจความประมาณว่า “ทำไมอาชีพนี้…เป็นวิชาสายศิลป์ ถึงได้เงินเยอะกว่าอาชีพทางสายวิทย์” ไม่รู้คนเขียนไปเอาตรรกะนี้มาจากไหน เลยอยากเขียนอะไรเล่าอะไรหน่อย…

ในอเมริกา สาขาเรียนที่ถือว่าเก่ง อารมณ์แบบบอกไปแล้วคนจะมีรีแอกชั่นว่า “โห้ เก่งจัง” ในความรู้สึกเราก็คือ วิศวะ และ กฎหมาย (อันหลังเงินดีมาก เรียนยากมาก) ส่วนสาขาที่แข่งขันกันเข้าแบบโหดที่สุดก็คือ Business  ซึ่งเห็นได้ว่า มีทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ผสมกันไป

อย่างคณะ A ในไทย คะแนนสูงกว่าคณะ B แต่ที่อเมริกาคณะ B กลับเข้ายากกว่าคณะ A ก็มีเยอะมาก

ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกสาย เลือกคณะ เลยอยากบอกว่าให้เลือกในสายที่เราคิดว่าชอบ อยากเรียน และอยากทำงานในสายนั้น อย่ายึดติดตามคะแนน (เพราะบางคณะคะแนนสูงกว่า แต่จบไปได้เงินน้อยกว่าก็มีเยอะแยะนะ)

ส่วนตัวเราเป็นเด็กสายศิลป์ภาษา ที่มักได้รับสายตา… จากคนรอบข้างอยู่เสมอ =_= แต่เราก็ไม่เคยเสียใจที่ไม่ได้เลือกเรียนสายวิทย์เลยนะ (เพราะไม่ชอบจริงๆ เรียนสายศิลป์สนุกกว่า) เสียใจอย่างเดียวคือเยอรมันนี่แหละ 55

พอมาอยู่เมกา บางทีก็ได้เล่าเรื่องม.ปลาย ให้เพื่อนฟังบ้าง ก็บอกไปว่าไม่ได้เรียนทางพวกฟิสิกส์ เคมี ฯลฯ เท่าไหร่ แต่เรียนสายศิลป์เน้นภาษา เยอรมัน
เพื่อนทุกคนจะมีรีแอกชั่นแบบโคตรตื่นเต้น “So you can speak German! You are so cool!”
เราก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แบบว่าเคยเรียนจริง แต่จำได้หรือเปล่าอีกเรื่อง 55+

สรุปคือ อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเหอะ เดี๋ยวมันก็จะมีประโยคเอง ตราบใดที่เราตั้งใจเรียน ใครที่เป็นเด็กสายวิทย์จะเอ็นท์เข้าคณะสายศิลป์ ก็อย่าไปกลัว ถ้าเราชอบก็ทำในสิ่งที่เราเชื่อ…

ใครอยากเรียนสายศิลป์เพราะชอบ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกก็อยากให้คิดถึงอีกสองอย่างคือ สภาพสังคมของห้องสายศิลป์ (บรรยากาศมันต่างกับเด็กห้องวิทย์แน่นอน) และอีกอย่างคือเรื่องคณะ มันจะมีหลายคณะที่หน้าตาเหมือนเป็นสายศิลป์ แต่ต้องใช้คะแนนเลขหรือวิทย์เข้า
เช่น จิตวิทยา พาณิชย์และการบัญชี (ได้ยินว่าบางที่ต้องเรียนสายวิทย์หรือศิลป์คำนวณเท่านั้น)
ถ้าไม่แน่ใจ เราก็ยังเชียร์ให้เลือกสายวิทย์อยู่นะ 

ส่วนตัว เรากล้าเลือกสายศิลป์ เพราะเรารู้แน่ๆ ว่าเราคงไม่เรียนและทำงานในสายนิเทศก็อักษร ชีวิตคงไม่ทำอย่างอื่นอีกแล้ว ก็เลยเลือกศิลป์ภาษา

ส่วนอาชีพที่รวยที่สุดในอเมริกา ถ้าไม่นับพวกมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก หรือเจ้าของกิจการ เราว่าน่าจะเป็นพวกทนายนะ (อเมริกาฟ้องร้องกันโคตรเยอะ)
ส่วนหมอ เงินดี แต่ว่าเสี่ยงถูกฟ้องร้องสูง (บางคนบอกว่าเงินเดือนหมอสูง จะได้เอาเงินไปสู้คดีตอนถูกฟ้องร้อง)

แต่จริงๆ ถ้าหางานทำได้ ที่อเมริกาก็เงินดีหมดแหละ (ดีกว่าไทย…) เดี๋ยววันหลังมาเล่าเรื่องเงินๆ ทองๆ ต่อ

Best Picture of The Year

  • อันดับห้า

1239423_510288562380021_678516192_n

โฆษณาไทยในคลาสเรียนอเมริกา
นั่งเรียนคลาส Media อยู่ๆ อาจารย์ก็เปิดโฆษณา DTAC ขึ้นมาให้ดูเป็นตัวอย่าง…
ไม่เคยฟังวิดีโอไหนเข้าใจมากขนาดนี้มาก่อน 55+ ทั้งห้องไม่มีใครฟังออกนอกจากเรา

  • อันดับสี่

1463447_536014529807424_2062759689_n

กำลังใจเล็กๆ ของอาทิตย์นี้
เป็นคล้ายๆ สอบเล็กๆ ในคลาสให้เขียนตอบคำถามจากหนังสือที่อ่าน
คะแนนที่ได้รู้ได้เลยว่ามาจากความทุ่มเท ตั้งใจล้วนๆ
หนังสือทีให้อ่าน เป็นเล่มบางๆ เพื่อนเขาใช้เวลาอ่านกัน 2 ชั่วโมง บอกว่าเข้าใจง่าย!
แต่เราก็ใช้เวลาอ่านนานมาก (มันเป็นหนังสือแปลจากสเปนมาเป็นอังกฤษ) คำศัพท์ก็ยาก เข้าใจยากด้วย ต้องอ่านสองรอบถึงจะจับใจความได้หมด
รวมเวลาอ่านน่าจะประมาณ 6-8 ชั่วโมงได้ (อ่านสามวัน)
ถึงจะเหนื่อยแต่เห็นคะแนนแล้วก็มีแรงสู้ต่อไป 

ตัวเลขที่วงกลมคือ 9.5 จากคะแนนเต็มสิบค่ะ

(จริงๆ เปเปอร์หลังจากอันนี้ได้เต็มสิบค่ะ แต่ไม่ได้เอามาลง)

  • อันดับสาม

1488182_551844888224388_774938919_n

No Leaf, Still Live

หลายคนเปรียบใบไม้ ดอกไม้เหมือนการมีชีวิต
วันนี้ที่ต้นไม้ทุกต้นยอมสละใบทิ้ง และยืนอยู่อย่างอดทนท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว
ทุกอย่างก็เพื่อตัวมันเองที่จะมีชีวิตรอดจนถึงฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ความเครียด ความเศร้าก็ไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาที่ต้นไม้เลือกที่จะผลัดใบทิ้ง
มันไม่ใช่บทลงโทษของสวรรค์ มันไม่ใช่การกลั่นแกล้งของดวงชะตา
แต่มันคือหน้าที่ของเราที่ต้องอดทนและผ่านมันไปให้ได้จนถึงฤดูใบไม้ผลิที่รอคอยเราอยู่ในอนาคต
…อนาคตที่แม้ว่าวันนี้เราอาจยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจน

  • อันดับสอง

1520703_555450351197175_932056794_n

Snow in Boston
จากบ้านพี่สาวคนจีนค่ะ (จริงๆ ก็เพื่อนกันนั่นแหละ แต่เราจะเรียกเขาว่าออนนี่) วันนี้ออนนี่ทำอาหารให้กินด้วย แถมยังแนะนำเพื่อนตัวเองที่กำลังเรียนญี่ปุ่นให้เรารู้จักอีก 

  • อันดับหนึ่ง (คือ…ไม่คิดว่าภาพนี้จะมีคนชอบเป็นอันดับหนึ่ง คือทุกคนรัก SAT กันมากใช่ไหมคะ 55)

1393116_527456240663253_1509598106_n

The coop – harvard bookstore
มีใครสนใจมาช็อปปิ้งไหม??

ใครยังไม่เคยดเข้า FB อย่าลืมเข้าไปคุยกันนะhttps://www.facebook.com/alittleparfaits/

สุดท้าย อยากบอกทุกคนว่า ขอบคุณมากๆ ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของเรา ปีนี้นับว่าเป็นปีที่ท้าทายที่สุดสำหรับเรา The most challenging year ever! ไหนจะช่วงฝึกงาน ไหนจะมาอยู่อเมริกา การเรียน ภาษา เพื่อน สังคม วัฒนธรรม ความคิด ฯลฯ แต่ก็เป็นปีที่เราได้เรียนรู้และเติบโตมากๆ เช่นกัน

お正月おめでとうごさいます!
皆さん去年中本当にありがとうごさいます。ブログを読んだりコメントしたりしたこと。
これから私頑張って勉強します。大学と日本語と韓国語!
皆さんもずっと頑張ってください!

Thank you everyone for being a part of my journey this year!
I am looking forwarding to see you next year. Take care!

Advertisements

4 thoughts on “2013 Reflection

Add yours

  1. happy new year ค่ะพี่เพรฟ ขอบคุณนะคะที่เป็นแบบอย่างที่ดีตลอดมาจะติดตามบล็อกพี่ตลอดไปนะคะ:)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: