2 เดือน เล่าประสบการณ์ไปเรียนภาษา อยู่กับโฮส เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวครั้งแรก

เอามาจากที่เราเขียนไว้ใน พันทิปนะคะ

สวัสดีค่ะ

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราชื่อพาร์เฟต์ (ไม่ใช่ชื่อจริงๆ หรอก แต่เป็นชื่อที่ใช้มานานแล้ว) ความเป็นมาคือ เรามีความฝันอย่างหนึ่งที่อยากทำมานานแล้วคือการเป็นเด็กแลกเปลี่ยน ไปอยู่กับโฮสแฟมีลีอะไรแบบนี้ แต่มารู้ตัวว่ามีความฝันนี้ก็อยู่ม. 6 ไปแล้ว ปิดเทอมที่ผ่านมาเป็นช่วงขึ้นปี 2 เราก็อายุ 20 พอดี ก็เลยลองขอแม่ว่าอยากไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เผื่อจะได้ลองสอบวัดระดับด้วย (๋JLPT)

ปิดเทอมนี้ ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิด 20 ปีที่ดีมากๆ เลย
อยากขอบคุณที่บ้านอีกครั้ง >_<

ปิดเทอมที่ผ่านมา ตอนแรกก็ลังเลว่าจะไป summer ที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นดี เพราะชอบทั้งคู่ เกาหลีก็ยังไม่เคยไปเลย อยากไปลองสัมผัสสักครั้ง สุดท้ายก็เลยมาลงเอยที่ญี่ปุ่นค่ะ เพราะที่บ้านถือหางญี่ปุ่นมาก 55 ไม่ชอบเกาหลีกันทั้งพ่อทั้งแม่เลย ก็ได้ ยังไงเขาก็เป็นคนออกเงินก็เลยตามนั้นค่ะ แต่เดี๋ยวหลังจากจบทริปญี่ปุ่น เราก็ทุบกระปุกตัวเอง เอาเงินที่เก็บจากการทำงานพาร์ททามส์ไปเที่ยวเกาหลีต่อ 55

พูดได้เลยว่าทริปนี้ ครึ่งแรกเน้นเรียน อ่านหนังสือเตรียมสอบค่ะ ส่วนหลังจากสอบเสร็จ บอกลาโฮสก็เที่ยวเลยยย เที่ยวคนเดียวตามประสาเด็กอายุ 20 นี่แหละค่ะ หลงบ้าง มั่วบ้าง เน้นเนียนๆ เป็นคนญี่ปุ่น สนุกดี 55
ประเทศนี้เที่ยวไม่ยากเลย

เริ่มต้น
สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกก็คือขอวีซ่าค่ะ เพราะเราไปเกิน 15 วัน สิ่งที่ตลกคือเราไปขอวีซ่าวันพุธแล้วเราเพิ่งกลับมาจากญี่ปุนวันอังคาร (คือ 1 วันก่อนหน้า) เพราะตกเครื่องที่ญี่ปุ่นต้องค้างหนึ่งคืน ตอนกรอกแบบฟอร์มฮามาก คือพี่เจ้าหน้าที่เขาก็แบบน้องกรอกวันผิดหรือเปล่า (ตรงช่องไปญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่) เราก็บอกว่าไม่ผิดค่ะ หนูเพิ่งกลับจากญี่ปุ่นมาเมื่อวาน 55

หลังจากนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจค่ะ อันนี้จะว่าเป็นการเดินทางครั้งแรกของเราแบบเต็มตัวเลยก็ได้นะ เราเคยเดินทางในอเมริกาเองมาแล้ว แต่ไม่นับเนอะ เพราะไม่รู้สึกว่าเป็นต่างประเทศเท่าไหร่ บอกได้เลยว่าตื่นเต้นมากกก โฮสจะเป็นยังไง จะพูดกับคนรู้เรื่องไหม จะสอบผ่านไหม โอ๊ย สารพัด

บรรยากาศสุวรรณภูมิตอนตี 3 ค่ะ เงียบและวังเวงได้ใจมากเลย เราบินสายการบินเดลต้าค่ะ ราคาประมาณหมื่นปลายๆ ที่เลือกเพราะจะสะสมไมล์ค่ะ เนื่องจากเราบินกลับจากเมกาก็ใช้เดลต้าก็เลยสะสมเอาไว้เรื่อยๆ

เครื่องขึ้นแล้ว กรุงเทพก็ดูสวยดีนะมีเสน่ห์ดี เทียบกับมุม bird eye view ของเมืองอื่นๆ

แล้วในที่สุดก็เริ่มเห็นเกาะภูเขาไฟแล้ว จะถึงแล้ววว

แล้วไฮไลท์ของวันแรกคือ ทางโรงเรียนบอกว่าถ้าไปถึงสนามบินนาริตะแล้วให้โทรเข้าโรงเรียน แล้วเขาจะส่งรถไปรับที่สถานีรถไฟใกล้โรงเรียนเพื่อพาไปหาโฮส เราก็แบบ กรี๊ดดด คุยภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ยังไม่ค่อยจะรอดเลย แล้วภาษาญี่ปุ่นจะรอดไหมเนี่ย 55

สุดท้ายพอไปถึงนาริตะปั๊บ เราก็พุ่งไปซื้อตั๋วรถบัสไปไซตามะก่อนเลย ก็เป็นครั้งแรกในทริปนี้ที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นจริงๆ ตื่นเต้นมากกก หลังจากนั้นก็กดโทรศัพท์ แล้วก็บอกปลายทางชื่อเรากับเวลารถออก ดีใจมากที่เขาฟังออก จริงๆ เราพูดผิดด้วยแหละ เราจะพูดคำว่า “เวลาที่รถออก” แต่เราดันพูดว่า “รถออกสาย” ก็ว่าปลายทางดูงงๆ แต่ในที่สุดเขาก็มารับเราค่ะ

เขาก็ขับรถพาเราไปโรงเรียนก่อน จากนั้นก็พาเราไปส่งบ้านโฮสค่ะ แบบลุ้นมาก บ้านโฮสจะเป็นยังไง นิสัยเราจะเข้ากันได้ไหม ต้องอยู่กันเป็นเดือน ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้แย่แน่เลย ระหว่างนั่งรถ อาจารย์ที่ขับรถก็ชวนคุยค่ะ ก็คุยภาษาญี่ปุ่น เราก็คิดช้า กว่าจะคิดออก แต่ก็สื่อสารได้นะ  มีความสุขมาก เป็นโมเม้นต์ดีๆ ในชีวิต

Advertisements