ไปเที่ยวโตเกียวกับเพื่อนแบบฟินๆ

จริงๆ ทริปนี้มีเรื่องฟินๆ เยอะมาก
เรื่องส่วนมากก็ไม่ได้แบบอลังการอะไรนะคะ ไม่ได้ถึงขั้นเจอไอดอลที่ชอบ (เพราะส่วนตัวไม่ได้มีไอดอลญี่ปุ่นที่ปลื้มมาก)
น่าจะเป็นอารมณ์เหมือนเดินๆ อยู่แล้วเจอคนหล่อถูกใจ ที่นานๆ จะเห็นสักทีประมาณนี้

วันนี้ไปเที่ยวกับเพื่อนก็มีเรื่องฟินๆ ฟินกับตัวเองนี่แหละค่ะ 55

พอดีเพื่อนเรากลับจาก work ที่เมกา (มันไปเวิร์คที่ disney กันมาแหละ)
ก่อนกลับก็แวะเที่ยวญี่ปุ่น วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่ญี่ปุ่นละ เราก็เลยลงไปหาที่โตเกียว เป็นครั้งแรกที่นั่งรถไฟลงไปจากไซตามะ ตอนแรกนั่งผิดขบวนด้วยแหละ สับสนกับ 22 ชานชาลามาก บอกตรง 55

เราจะไปลงแถวชินจุกุ ชิบูย่า แต่เรานั่งรถไฟขบวนที่ไปอุเอะโน แต่ก็เปลี่ยนรถทัน โล่งอกมากกก
จากสถานีใหญ่ของไซตามะเข้าไปในโตเกียว มันจะมีแยกไปสองทาง คือไปสถานีอุเอะโนะ หรือไปชินจุกุ
ยังไม่นับบางทีมีพูดรถธรรมดา รถเร็ว รถเร็วพิเศษอีกนะ 55
คือถ้าอยากนั่งให้ถึงเร็วก็ต้องคำนวณด้วย เช่นว่ารออีกห้านาทีรถเร็วพิเศษมา ก็รอดีกว่าที่จะขึ้นรถธรรมดาที่จอดรออยู่
แต่บางทีก็ต้องระวัง เพราะขึ้นชื่อว่า “รถเร็ว” มันก็จะข้ามบางสถานีไป

สมัยที่มาเที่ยวเราฟังไม่เคยออกเลยนะ ว่าบนรถไฟเขาพูดอะไรบ้าง ฟังออกอย่างเดียวคือคำ่า “สถานีต่อไปคือ…” (tsukiwa….)
แต่อยู่นี่ไปเรื่อยๆ ฟังออกหมดเลยว่าบนรถไฟเขาพูดอะไรบ้าง

เมื่อก่อนเป็นปริศนามาก ว่าแบบ มันพูดอะไรกันวะ ฟังไม่รู้เรื่องเลย (ไม่มีอาจารย์ให้ถามด้วย)
เดี๋ยวนี้ฟังออกเองเลย ปลื้ม ฟินนนน

(จริงๆ มันก็พูดไม่กี่อย่างหรอก แค่ว่า
– ขอบคุณที่ใช้รถไฟสายนี้
– รถไฟสายนี้วิ่งไปไหน ผ่านสถานีหลักๆ อะไรบ้าง และสถานีต่อไปคืออะไร และที่สถานีนั้นจะเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสายอื่นอะไรได้บ้าง
– พอใกล้ถึงก็บอกว่าประตูจะเปิดด้านไหน แต่ถ้าเป็นสถานีสุดท้ายก็จะย้ำด้วยว่า อย่าลืมของนะจ้ะ)

กว่าจะเจอเพื่อนได้ก็ลุ้นมาก เพราะเราไม่มีเบอร์โทร ไม่มีไวไฟ ไม่มีอะไรใดๆ เลย โชคดีที่สถานีรถไฟมีฟรีไวไฟ ก็เลยได้ใช้ไป
เจอเพื่อนที่ Omote-sando ห่างจากชิบูย่าไป 1 สถานี เป็นย่านหรูๆ รวยๆ ก็เดินเล่นกันไป เมาท์กันไป ดีใจที่ได้เจอคนไทยมาเมาท์ 55

ที่ดีใจมากคือเพื่อนใส่แตะ เราก็เลยเปลี่ยนรองเท้ามาใส่แตะด้วย คือเท่าที่เราอยู่ญี่ปุ่นมา ไม่เคยเห็นคนใส่แตะออกมาเดินเลยนะ อย่างน้อยก็ต้องเป็นแตะมีส้น (แบบสวยๆ) หรือคัชชูหุ้มส้น
ถึงวันที่ไป ฝนตก คนญี่ปุ่นผู้หญิงก็ยังไงส้นสูงกันเลย
กราบบบบบ ทำได้ไงก็ไม่รู้สุดยอดๆๆ

แล้วเพื่อนเรา ดูสภาพรู้เลยว่ามาจากเมกา แบบว่าเสื้อยืด กางเกงชิลๆ รองเท้าแตะ 55 ลุยๆ มาเดินในโตเกียววันเสาร์ ที่มนุษย์ผู้หญิงในโตเกียวแบบว่าสวยเริศมากกกก

กินซ่าวันเสาร์ ท้องฟ้ามืดเชียว

หลังจากนั้นก็ไปกินซ่า เพื่อนจะไปเดินดูของสักอย่าง แล้วก็ไปหาไรกินกัน โมเม้นท์นี้แหละคือจุดพีค

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เรายังไม่เคยพูดสั่งอาหารเป็นเรื่องเป็นราวเลย มีก็แค่แบบ これをください。これです。それです (ขอเอาอันนั้น อันนี้) แล้วก็ชี้ๆ เอา มาวันนี้ได้กินร้านเป็นตัวเป็นตนแระ 55

ก็เลือกร้านมั่วๆ ร้านนี้จะเน้นขายทงคัสสึ curry เป็นร้านดูเก่าแก่มาก มีคุณยายเฝ้าร้านอยู่ เข้าไปนี่แบบ เขาจะปิดร้านหรือเปล่า เพราะไม่มีคนเลย เข้าไปตอนบ่ายสองได้ มีคุณยายเฝ้าร้านอยู่คนเดียว

เข้าไปเลือกที่นั่ง กับเพื่อนอีก 2 คน ทีนี้ด้วยความที่เป็นร้านเล็กๆ เปิดมาหลายสิบปี (ไม่รู้ถึงร้อยไหม 55) ก็ไม่มีภาษาอังกฤษเลยค่ะ
…. ตอนแรกยายแกก็ทำหน้าแบบหนักใจนะ ว่าเด็กพวกนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหม
โชคดีมีเมนูแนะนำ แล้วก็มีภาพ เราก็เริ่มถามว่ามันแตกต่างกันยังไง (ถามเป็นญี่ปุ่น ในใจนี่ลุ้นมากว่าเราจะฟังออกป่ะ)
ยายก็แบบโอเค อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นไป แล้วเราก็เข้าใจค่ะ  เราก็เข้าใจ

เราเข้าใจ
เราเข้าใจ
เราเข้าใจ

ฟินนนนน

ตื่นเต้นมากกก ก็สั่งให้เพื่อนไป ยายก็ดูแบบโล่งอก.. เพราะตอนแรกแกก็ใช้ภาษามือ แต่แบบเราพูดได้ ยายก็เลยอธิบายได้
ก็นั่งกิน นั่งเมาท์ นั่งชาร์ทแบทนานมาก  เขาก็ไม่ว่าอะไรนะ เพราะไม่มีลูกค้าเลย
จนเสร็จก็คิดเงิน เหมือนพี่พนักงานเสิร์ฟเพิ่งเข้างาน ก็มาเก็บเงิน เขาก็ลังเลอยู่สักพักแล้ว เขาก็มาถามว่าพวกเรามาจากไหนกันหรอ (ถามภาษาญีปุ่นนะ เพราะเขาเห็นเราพอพูดได้ตอนคิดเงิน)
เราก็ตอบไปว่า มาจากไทย นี่เป็นเพื่อนม.ปลาย มาเจอกัน
จำไม่ได้ว่ายายหรือพี่ก็ชมประมาณว่า เด็กพวกนี้น่ารักจัง ทานข้าวหมดจานเลย (จริงๆ คือหิวมากค่ะ)
เราก็ตอบไปว่าอร่อยมากก
พี่เขาก็บอกว่าเขาเองก็ชอบอาหารไทย แล้วเขาก็แซวว่า ซื้อของกันเยอะเลยนะ (คือเพื่อนซื้อของเยอะมาก 55)
เราก็บอกว่าอ้อ เพื่อนจะกลับพรุ่งนี้แล้ว
พี่ก็แบบ หะ แล้วเธอล่ะ อยู่ที่นี่หรอ
เราก็บอกว่า อ้อ มาเรียนภาษาค่ะ อยู่ไซตามะค่ะ

พอดีลูกค้าใหม่เข้าร้านก็เลยขอบคุณ แล้วก็จากมา

แบบว่าปลื้มมากกก เราพูดกับคนญี่ปุ่นรู้เรื่อง เราพูดรู้เรื่อง เราพูดรู้เรื่อง
โอ๊ยฟินนนนนน

หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นแถวชินจุกุ ไปซื้อเครื่องสำอาง ไปส่งเพื่อนกลับโรงแรม แล้วเราก็กลับบ้าน
คือฟินอ่ะ ฟินมากกกกก

Advertisements