Wwoof in Little Forest: เมื่อฉันได้ไปวูฟในฟาร์มคาเฟ่ ณ บ้านนอกญี่ปุ่น

คำแนะนำการทำงานกับของญี่ปุ่น
(wwoof version)

แวะเอาขนมจากร้านที่เราทำมาเสิร์ฟก่อน

คำแนะนำจริงๆ มีข้อเดียวคือให้ตั้งใจทำงาน มันเหนื่อยอ่ะบางที แต่ก็พยายามทำไปสำหรับเรา งานร้านอาหารนี่สบายมาก เพราะเราเคยทำงานร้านอาหารมาก่อน เยอะและยุ่งกว่านี้เยอะ ฉะนั้นเราว่าเราทำได้โอเคนะ
จุดดับของเราคืองานสวน แบบว่าให้ทำงานร้านอาหารทั้งวันเราทำได้นะ แต่แค่ถอนหญ้า 2-3 ชั่วโมง เราจะเป็นลมแล้วอ่ะ ไม่รู้ทำไมข้อสำคัญของคนญี่ปุ่นก็คือเวลาทำงานเขาจะจริงจังกันมาก ที่เราสังเกตคือไม่ค่อยคุยเล่นเวลาทำงาน อย่างคนไทยบางทีเวลางานก็ (ถ้ามีโอกาสก็จะหาเรื่องเมาท์กันใช่ป่ะ) คนญี่ปุ่นจะน้อยกว่ามาก ขนาดโฮสเราเป็นญี่ปุ่นสายชิล เวลาทำงานก็คืออารมณ์แบบเขาเป็นเจ้านายไรงี้ ให้เราทำอะไรเราก็ทำไป ด้วยความที่เราเป็นเด็กกว่าด้วยแหละ จะให้ทำไรก็แบบ “โอเคค่ะ”

หลักๆ นิสัยคนญี่ปุ่นที่เขาร่ำลือกันก็จะปรากฏในการทำงานเป็นหลักค่ะ
– ตรงเวลา
– สะอาด เป็นระเบียบ
– สุภาพเรียบร้อย
– คิดถึงลูกค้า

ฯลฯ

เห็นโฮสบอกมาว่าพวกบรรดาโฮสชอบวูฟเฟอร์ชาวไต้หวันมาก เพราะขยันทำงาน แบบให้นั่งถอนหญ้าก็ถอนได้ทั้งวัน ต่างจากฝรั่งที่ทำได้แบบ 2 ชั่วโมงก็เบื่อ ต้องไปทำอย่างอื่น ส่วนคนไทย โฮสบอกว่ายังไม่เคยมีมา เราเป็นคนแรก (แถวๆ นี้ก็อาจยังไม่เคยมีด้วยมั้ง) หวังว่าจะไม่ทำให้คนเสื่อมเสียค่ะ

อีกอย่าง คือก่อนไปทำงานอ่านคำบรรยายหน้า Profile ของโฮสให้ดีนะ

รีวิวการนั่งรถบัส รถเมย์ รถไฟ

เริ่มจากรถไฟก่อน
– เช็คตารางได้ที่ Hyperdia.com
– ถ้าใช้บัตรพวก Suica หรือ Passmo เหมือนบัตรแรบบิตจะได้ลดราคาต่อเที่ยว (ประมาณ 5-10 เยนมั้ง ไม่แน่ใจ) เวลาใช้ก็แตะเอา
– ถ้าไม่มี ก็ต้องไปกดตู้เอา วิธีการมีหลายแบบ บางที่ก็ใช้กด Destination บางที่ก็กดราคาตั๋วเอา (หาแผนที่แถวๆ นั้น ส่วนมากอยู่เหนือตู้กด) ตู้จะมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ แต่ถ้ายังงงก็ลองถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นดู ตอนนั่งรถไฟจากนาโกโนไปเมืองโฮสเราก็กดหาไม่เจอ เจ้าหน้าที่ก็มาช่วย
– รถไฟถ้าเป็นต่างบริษัท ต้องแตะออก แล้วก็แตะเข้าใหม่ (เสียเงินใหม่) แต่ถ้าเป็นบริษัทเดียวกันเช่นในเครือ Tokyo Metro ไรงี้ เปลี่ยนรถไฟได้ ไม่ต้องแตะออก
– แถบคันโต (โตเกียว) ชิดซ้าย คันไซ (โอซาก้า) ชิดขวา แต่ถ้าเป็นเมืองอื่น…เราไม่รู้ 55 กระเป๋าเดินทางก็ต้องเอามาวางไว้ขั้นบันไดหน้าเราหรือหลังเราด้วย
– ไม่คุยเสียงดัง และไม่คุยโทรศัพท์ เต้นแร้งเต้นกาบนรถไฟนะคะ

ต่อด้วยรถเมล์
– รถเมล์ญี่ปุ่นส่วนมากขึ้นประตูกลาง ลงประตูหน้า ง่ายๆ คือตามคนส่วนมากไป
– ความท้าทายของรถเมย์คือ ส่วนมากมีแต่ภาษาญี่ปุ่น
– เวลาขึ้นประตูกลางแล้ว ด้านขวามือจะมี Ticket ออกมาให้หยิบมา มันจะบอกว่าเราขึ้นจากไหนมา  พอตอนลงก็ดูตัวเลขเราว่าในป้ายด้านหน้ารถ ขึ้นราคาเท่าไหร่
– รถเมล์เหมือนไม่มีเงินทอนนะ แต่อาจมีเครื่องแลกเงิน (เราใช้ไม่เป็น)

รถบัส
– เป็นการเดินทางข้ามเมืองที่ประหยัดกว่ารถไฟ เด็กพวกนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่นนิยมใช้
– ครั้งนี้เรานั่งเป็นครั้งแรก ใช้ของ Willer ได้มาถูกมาก จากโตเกียวไปนากาโน 4 ชม. ไปกลับ 3 พันเยนเอง
– มารยาทการนั่งรถบัสก็เหมือนเดิม ไม่คุยโทรศัพท์ คุยเบาๆ เกรงใจคนอื่น
– รถของ willer คุณภาพดี คนขับดี แล้วก็จะจอที่มีหนัง มีเพลงฟังด้วย เหมือนในเครื่องบินเลย 55
– ของเราแวะจอดประมาณ 2 ที ให้พักไปเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม ต้องดูเวลาดีๆ ว่าต้องกลับมาขึ้นรถกี่โมง
– ที่นั่งแยกชายหญิง ชายอยู่ด้านหน้า หญิงนั่งด้านหลัง
– รถออกตรงเวลาและกลับตรงเวลา แบบเป๊ะมากกกก
ที่มา http://pantip.com/topic/33812824
Advertisements