Wwoof in Little Forest: เมื่อฉันได้ไปวูฟในฟาร์มคาเฟ่ ณ บ้านนอกญี่ปุ่น

เรื่องเล่าจากโฮสเทล

จากร้านหนังสือญี่ปุ่น (ตอนแรกนึกว่าจะขายอาหาร 55)

วันนี้เดี๋ยวจะเขียนให้จบแล้วค่ะ ต้องจบเพราะว่าพรุ่งนี้เปิดเทอม TT ไม่จริงใช่ไหม เรายังไม่พร้อมมมมม (เดี๋ยวตอนเที่ยงต้องไปย้ายบ้านไปอยู่อพาร์ทเม้นต์แล้ว) แต่ยังเข้ามาเช็คกระทู้ตลอด ใครมีคำถาม ถามได้เลยนะคะ เดี๋ยวมาตอบค่า

“เรื่องเล่าจากโฮสเทล”

หลังจากการเดินทางอันยาวเหยียด เราก็มาถึงโตเกียวแล้วค่ะ เราเลือกพักที่ข้าวสารเพราะว่า…..อยากลอง เลือกพักข้าวสาร Original เพราะถูกสุดค่ะ เราชอบตรงที่ Location ดีมากๆ ของกินมากมาย มีที่เที่ยว ที่เดินเล่นเยอะดี โรงแรมก็เดินไม่ไกลจากสถานีด้วยค่ะ

กว่าจะมาถึงก็เย็นๆ แล้ว เราก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าฝนตก TT เดินไปตอนแรกจะออกไปทานพวกขนมญี่ปุ่น ตระกูล あんみつ ชาเขียวไรงี้ แต่ร้านอีก 10 นาทีปิด โอเคไม่กินก็ได้ ไว้มากินวันหลัง ก็เลยไปเดินหา เจอร้านซูชิจานหมุน (เดี๋ยวมาเล่าวิธีการกินให้ฟังในคอมเม้นต์ต่อไปนะ)

ไหนๆ อากาศไม่ดี ก็ขอตัวกลับโรงแรมก่อนแล้วกัน

เรากลับไปปั๊บ ก็มีกลุ่มฝรั่งนั่งคุยกันอยู่ข้างล่างประมาณ 5 คน ตอนเราจะเข้าห้องน้ำ มันก็แกล้งปิดไฟ (สาบานได้ว่าไม่รู้จักกัน) เราก็ตะโกนออกมาว่า เออ ฉันไม่กลัวความมืดหรอก 55 แล้วพอออกมา เขาก็ชวนคุยว่าแบบมาจากไหนไรงี้ ก็เลยอยู่คุยต่อไปเกือบ 2 ชั่วโมง 55

ได้ความว่าคนหนึ่งมาจากอังกฤษ อีก 2 คนมาจากออสเตรเลีย (ว่าแล้ว สำเนียงฟังดูเหน่อๆ ประหลาดๆ) ส่วนอีกสองสาวเป็นชาวเยอรมันและฝรั่งเศส  เราก็เลยแซวไปบอกว่า “ก็ว่า accent ประหลาด 55”

คนมาจากอังกฤษก็เริ่มละ บอกว่ามะเขือเทศเรียกว่าอะไร (คนที่มาจากอังกฤษพยายามบอกว่ามะเขือเทศต้องออกเสียงว่า โท-มา-โท เมกันจะออกว่าโท-เม-โท) แน่นอน เราใช้โท- เม – โท เขาก็บอกว่าวิธีที่ถูกต้องคือโทมาโท. ส่วนโทเมโทคือ “the wrong way to say”
แล้วก็ลอง water ด้วย ออส/อังกฤษ/เมกันออกไม่เหมือนกันเลย55
แล้วก็คุยไร้สาระไปเรื่อย หนุ่มอังกฤษบอกว่าเนี่ย ไม่เข้าใจว่าทำไมญี่ปุ่นถึงเรียน American English ต้องเรียนอังกฤษ-อังกฤษสิถึงถูก เป็นต้นแบบ แล้วก็คุยเรื่องเที่ยวไป บอกว่าเคยมาไทย ชอบ สวยดี ฯลฯ

แล้วผู้ชายอังกฤษสักพักก็มาดราม่าให้ฟังบอกว่า อังกฤษไม่ดีเลย ไม่เห็นน่าอยู่ อากาศก็แย่ งานก็ไม่มีทำ ฯลฯ เราก็เลยถามไปว่า มันไม่ดีจริงๆ หรือว่าเพราะแกไม่ชอบมันกันแน่ 55 เขาก็บอกว่า อืมม อาจเป็นทั้งคู่

สักพัก พวกผู้ชาย 3 คนโดนเจ้าหน้าที่มาไล่ออกไปข้างนอกค่ะ เพราะพวกนางไม่ได้มาพักที่นี่ อารมณ์มานั่งหาคนเมาท์ด้วย 55

คนอังกฤษคนนี้หล่อนะ สูง ขาว ตาสีฟ้า (แต่ไม่ใช่แนวเรา55) เขาก็บ่นๆ กันว่าอยู่ญี่ปุ่นเจอพวกแบบชอบแอบถ่ายหรือตื่นเต้นเวลาเห็นเขาตลอด  เราก็แบบ บ้าหรอ จริงอ่ะ ไม่ขนาดนั้นมั้ง

วันรุ่งขึ้นไปเดินที่ฮาราจุกุ พอดีเดินตามหลังผช ฝรั่ง มี 2 สาวญี่ปุ่นเดินสวนมา พอสวนผู้ชายเสร็จได้ยินเลยจร้า 格好いい (คนนี้ดูดีอ่ะ)


แวะเอา 海鮮丼 มาเสิร์ฟ ของโปรดเราเลย ข้าวเป็นข้าวซูชิ กับปลาที่สดมากก

หลังจากนั้น เราก็ขึ้นไปจัดของบนห้อง กลับลงมาข้างล่าง บรรยากาศเปลี่ยนละ มีคนไทยคนนึงนั่งเมาท์อยู่กับคนญี่ปุ่น ก็เลยไปคุยด้วย ได้รู้เรื่องนู่นนี่เยอะเหมือนกัน คนนี้เรียนเอกอังกฤษแต่เขาบอกว่าสมัยเรียนไม่ค่อยได้เรียน เลยไม่ค่อยเก่ง คุยไปประมาณชม. นึงเขาก็บอกว่า จริงๆ เขามาที่นี่อยากคุยอังกฤษนะ

เราก็แบบ อ้าวหรอ โอเค จัดไป

ก็เลยเล่าเรื่องความคิดที่แตกต่างของชาวญี่ปุ่นกับอเมริกาเรื่องการโตเป็นผู้ใหญ่ไรงี้ ว่าแบบญี่ปุ่นถ้าโตแล้ว ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ คิดถึงจิตใจคนอื่นมากๆ รู้จักกดการแสดงออกได้ ต่างจากเมกา ตรงที่การโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องกล้าที่จะแสดงออก พูดในสิ่งที่คิด ประมาณว่ารู้ว่าตัวเองคิดยังไงและกล้าพูดออกมา

ตอนเข้าฟังก็อึ้ง ประมาณว่า มันจะเป็นผู้ใหญ่ได้ไง

ก็เลยเล่าประวัติศาสตร์คร่าวๆ ให้ฟัง เกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศ ญี่ปุ่นกับเมกา เขาก็แบบ เออจริงด้วย

ด้วยความที่เขาเป็นคนมาจากโกเบ มีคันไซเบง (สำเนียงแถบคันไซ) เราก็เลยลองให้เขาพูดสำเนียง โกเบ โอซาก้า เกียวโตให้ฟังสิ ฟังดีๆ มันก็ต่างกันนะ แต่เราแยกไม่ออก มันจะต่างที่การขึ้นสูง ลงต่ำของคำ

เขาคนนี้แหละที่ถามว่าไปวูฟชอบอะไรมากที่สุด ก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่าชอบโฮสซัง เพราะทำอาหารอร่อย 55

ตอนนี้จำได้แค่นี้ แต่จริงๆ คุยเยอะมาก
ถ้านึกออกเดี๋ยวจะมาเพิ่มนะคะ

ที่มา http://pantip.com/topic/33812824

Advertisements