1

ผ่านไปแล้ว 1 ปีกับชีวิตในเบิร์กลีย์ ~

เรามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม เรียกได้ว่า 11 เดือนเต็มๆ เลย ปีใหม่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล วนเวียนอยู่กับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่นี่

ถ้าเริ่มจาก New year List ปีใหม่นี้เราตั้งใจกับเทอม 2 (หรือเทอม Spring) ว่าจะออกกำลังกาย จะกินอาหารดีๆ จะมีความสุขกับสิ่งที่เรียน ซึ่งเอาจริงๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่าเทอมนี้เป็นเทอมที่โหดที่สุด เพราะเราลงเรียนวิชาเยอะ และญี่ปุ่นก็ยากกินเวลามากๆ ยังไม่นับความอยากที่จะไปเที่ยวนู่น เที่ยวนี่ ไปนั่งเล่นบ้านเพื่อนอีก ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบล็อก

ช่วงต้นปี อาจารย์ญี่ปุ่นให้เขียน New year resolution เราเขียนไปว่า 元気で幸せに生活していますように。เราว่าเราทำได้นะ เพราะสุขภาพก็ดี แล้วก็เป็นเทอมที่สนุก ได้เจอพี่ๆ ที่สนิท (ถึงตอนนี้จะแยกย้ายกันไปเยอะก็ตาม) ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ มากมาย

เรื่องเรียน

เทอมนี้ลงเรียน 5 วิชาคือมนุษยวิทยาซึ่งโหดมากในแง่ทีว่าเราไม่ได้เทพอังกฤษขนาดนั้น แล้วมันต้องอ่านเยอะมาก ซึ่งพักหลังๆ เราก็ขี้เกียจ แต่เป็นวิชาที่ทุ่มเทมากเพราะหน่วยกิจมันเยอะ…ถือว่าคุ้ม เกรดพอใจมากกก

ส่วนวิชาที่เหลือก็คือสมอง จิตวิทยาวัยรุ่น ดวงดาว และญี่ปุ่นก็โอเค ช่วงเดือนหลังๆ เราเครียดนิดๆ แต่พอใกล้สอบไฟนอลอยู่ๆ  ก็รู้สึกปลงซะงั้นแบบว่า เออช่างมันเหอะ ทำให้ดีที่สุดก็โอเคแล้ว

แต่โชคดีที่เหมือนเทอมนี้ปรับตัวได้ดีขึ้น ชินกับคลื่นความเครียดของมหาวิทยาลัย เราก็เลยเรียนๆ ไป

เรื่องออกกำลังกาย + สุขภาพ

ออกกำลังกายตลอดตั้งแต่เปิดเทอมยันเดือนเมษา แต่พอเข้าพฤษภา (จนถึงตอนนี้ก็ขี้เกียจขึ้นมาซะงั้น) สุขภาพช่วงนั้นถือว่าดีมาก เทอมนี้ไม่ป่วยเลย ดีๆ

งาน

ได้ลองรับงานแปลบ้าง แล้วที่สำคัญคือได้รับตอบรับเข้าฝึกงานในปิดเทอมนี้ด้วย ส่วนจะฝึกงานที่ไหนเดี๋ยวรออัพเดทกันนะ รับรองสนุกมาก ยากมาก แล้วที่สำคัญคือเป็น First choice (และ Only choice ของเราเลย 55) เป็นที่ๆ อยากได้มากที่สุดด้วย 🙂

ชีวิต

ได้ไปเล่น Snow Board เล่นเกมส์ (บอร์ดเกมส์) บ่อยมาก แม้เราจะเล่นไม่ค่อยชนะก็ตาม แล้วก็ได้ไปเที่ยวนู่นนี่ Google นี่พอปิดเทอมไป 2 รอบใน 2 อาทิตย์ จนเริ่มจำทางได้หมดละ 55  ได้ไปวัดด้วย ฯลฯ

ก็โชคดีในแง่ที่ว่าได้เจอกลุ่มพี่ๆ ที่น่ารัก (เราเด็กสุดในกลุ่มกับเด็กปี 3 อีกคน) ความรู้สึกของการเป็นน้องเล็กในกลุ่มก็ดีนะ เราสามารถทำอะไรแปลกๆ ได้โดยพี่ๆ ไม่เอือมมาก 55 เป็นฟิลลิ่งที่แตกต่างกับเวลาไปเที่ยวกับเด็กป.ตรีด้วยกัน ที่เราจะทำตัวน่ารำคาญมากไม่ได้ 55

เอาจริงๆ ชีวิตก็มีช่วงทุกข์บ้าง สุขบ้าง เหงาบ้าง รู้สึกแปลกๆ บ้าง แต่เราก็พยายามอยู่กับมันให้ได้ ความรู้สึกมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราเนอะ ถ้ารู้สึกเฉยๆ คงน่าเบื่อแย่เลย ดีละ ชีวิตจะได้มีสีสัน

สรุปผ่านไป 1 ปีถือว่าพอใจทุกอย่างนะ เพราะเรารู้ว่าทุกขณะที่ผ่านมา เราได้ทำดีที่สุดแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนไหนแล้วเราก็คงทำเหมือนเดิม

เหลืออีก 1 ปีก็สู้กันต่อไปสินะ

3 ปีในอเมริกา

อยู่ไปอยู่มา ไม่น่าเชื่อว่าเราใช้ชีวิตในอเมริกามา 3 ปีเต็มๆ แล้วนะ กำลังจะย่างเข้าปีที่ 4 ในอีกไม่ช้า

อยู่จนกล้าพูดได้ว่าอเมริกาเป็นบ้านอีกหลัง เวลาที่เดินทางกลับไปอพาร์ตเม้นต์ตัวเองก็เหมือนกลับบ้านจริงๆ สามปีที่ผ่านมานอกจากเราจะได้เดินทางออกไปเจอโลกใบใหม่ วัฒนธรรมที่แตกต่าง ภาษาที่เหมือนเริ่มเรียนใหม่อีกครั้งรวมถึงความรู้ในสาขาที่เราเรียน เรายังได้เดินทางเข้าไปในตัวเอง ไปค้นหาตัวตน สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ สิ่งที่ถนัด ไม่ถนัดรวมถึงความฝันของตัวเอง

มีหลายอย่างที่เราไม่คาดคิดว่าเราจะทำได้แต่เรากลับทำได้ดีและมีความสุขกับมันมากๆ ในขณะที่หลายอย่างเราเคยคิดว่าชอบกลับไม่ใช่สิ่งที่เราเอนจอยจริงๆ

ถ้าถามสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต 3 สิ่ง การได้มาอเมริกาก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเป็นสิ่งสำคัญที่มีค่าใน 3 สิ่งของชีวิตเราเลย

 

 

 

Advertisements