หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา

ช่วงสิ้นปีแบบนี้จะห้ามใจไม่ให้ออกเดินทางได้ยังไง ไหนจะตั๋วโปร ที่พักก็ลดราคา แถมบัตรเครดิตมีไมล์เหลือ

อะไรทำให้คนสองคน “รัก” กัน
ฉันเริ่มต้นอ่านเล่มนี้ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์
แค่อยากรู้ว่าอะไร ทำไมคนสองคนถึงรักกันและอยู่ร่วมกัน

ฉันเคยอ่านงานของอุรุดามาบ้าง และไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ฉันหลงรักเหมือนที่นักอ่านหลายคนรู้สึกไหม
ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าส่วนไหนของหนังสือจะทำให้ฉันรักได้บ้าง

1.หยินหยางในรัก

ใครบ้างจะไม่ปราถนารักที่สมบูรณ์แบบ?

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีความแตกต่าง อาจไม่ลงตัวเป๊ะๆ เหมือนพล็อตนิยายรัก แต่ก็พอดีและสอดคล้องเข้ากันได้ในแบบของมัน
ความรักที่มีทั้งสุข เศร้า เป็นความสัมพันธ์สีเทาๆ ที่จะอ่อนหรือเข้มก็ตามแต่ช่วงเวลาในขณะนั้น

มันทำให้ความรักเป็นความจริง
เป็นรักที่มีชีวิตและจับต้องได้

เพราะในชีวิตจริงคงไม่มีใครที่สุขหรือทุกข์ตลอดเวลา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันบวกลบรวมกันจนได้ผลลัพธ์ออกมาที่เราเรียกมันรวมๆ ว่า “ชีวิต”

2.โมเม้นต์ที่เราหลงรัก

ทุกตอน มีเรื่องราวหลากหลาย (และฉันตอบแบบไม่ลำเอียงว่าชอบทั้งหมด)
มันเรียบง่ายแต่สวยงาม
มันคือเรื่องธรรมดาๆ ของคนสองคนที่ตื่นนอน เขียนหนังสือ ทำสวน พูดคุย(บ้างเป็นบางอารมณ์) เข้านอน แต่มุมมองการเล่าที่ใส่ความรู้สึก บอกความคิด ณ ช่วงจังหวะนั้น ทำให้กิจกรรมธรรมดามีชีวิต มีลมหายใจ

ฉากหนึ่งที่ชอบที่สุดก็คือ ช่วงเวลาที่คนเขียนตัดสินใจว่าพอแล้ว จะกลับบ้าน กนกพงศ์อ้อยอิ่งกว่าจะยอมขับรถไปส่งที่ท่ารถ พอไปถึงก็รั้งรอชวนกินกาแฟราวกับนี่ไม่ใช่การจากลา และสุดท้ายก็ขอเอาดื้อๆ ว่าให้อยู่ต่อ ไม่กลับไปได้ไหม ซึ่งคนเขียนก็็ที่พร้อมจะไปเสมอก็หันหลังกลับหมู่บ้านสายฝนอีกครั้ง

เป็นจังหวะชีวิตที่การตัดสินใจอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ถ้าวินาทีนั้นคนเขียนตัดสินใจเดินออกมา ชีวิตของเขาทั้งคู่ในวันนี้จะเป็นอย่างไร…ไม่มีใครตอบได้เลย

ถ้ามีความเปลี่ยนแปลง ชีวิตจะหาหนทางของมัน
และในช่วงการตัดสินใจที่เหมือนจะยิ่งใหญ่ และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากมาย มันก็ทำได้ง่ายๆ เรียบๆ และในเวลาสั้นๆ เท่านั้น

2.1

อีกฉากหนึ่งที่ชอบมาก คือการเผาต้นฉบับ เพราะหลายครั้งเราเองก็อยากทำ แต่ยังใจไม่เด็ดพอ 55

3.หัวใจเป็นของฉัน ความรักเป็นของเรา

“ฉันรักพี่เข้าแล้ว
โดยไม่สนว่าพี่รู้สึกอย่างไร
ความรักเป็นของฉัน ไม่เกี่ยวกับพี่
ความรักอาจเป็นเรื่องของคนสองคน
แต่ความรู้สึก หัวใจเป็นของฉัน”

อุรุดาบอกเราไว้เช่นนี้

4.เมื่อเรามองย้อนกลับไป……

อดีตจะทำให้เราแข็งแกร่งเสมอ

เรื่องนี้เขียนถึงช่วงเวลาในอดีต ที่ผ่านมาสิบกว่าปี
เรื่องราวต่างๆ ในความทรงจำมันตกผลึกมากพอที่จะทำให้คนเขียนถอยห่างออกมาแล้วเล่าเรื่องที่แสนสุข แสนเจ็บปวดได้จนจบ แต่ไม่ใช่เพราะหัวใจด้านชาไปหมด ทุกตัวอักษรถ่ายทอดความรู้สึก ณ ขณะนั้นออกมาอย่างแจ่มแจ้ง ราวกับพาเรานั่งทามส์แมชชีนไปดูชีวิตของคนทั้งคู่

กาลเวลาไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวด ความสุข ความเศร้าหายไป แต่กาลเวลาอาจสร้างตัวเราที่แข็งแกร่งขึ้น กาลเวลาอาจไม่ได้เยียวยาแต่ช่วยให้เรายอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
การวิ่งหนีความจริง…หากวิ่งแล้วก็ต้องวิ่งต่อไปไม่สิ้นสุด
มันง่ายที่จะหนี แต่ไม่ง่ายที่จะหนีไปเรื่อยๆ

5. ด้วยรัก ศรัทธา และความทรงจำที่เหลืออยู่

ใต้ตัวอักษรที่ดำเนินเรื่องราวชีวิตของคนสองคนจากกล่องความทรงจำของผู้หญิงคนหนึ่ง
เต็มไปด้วยความเชื่อ ความศรัทธาที่เต็มพลัง
มีปรัชญา หรืออีกชื่อคือ “ความจริง” ของโลกใบนี้ซ่อนอยู่มากมาย

รักที่อ่านไม่ถูกเอ่ยออกมา แต่ชัดเจนในแววตาและความรู้สึก

หากถามว่าฉันรักหนังสือเล่มนี้เพราะอะไร
ฉันคงตอบได้เพียงว่า
….ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ฉันไม่รักหนังสือเล่มนี้

 

เครดิตรูป Adaymagazine

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: