FAQ ทุนรัฐบาลเกาหลี KGSP

มารู้จักทุนรัฐบาลเกาหลีกันก่อน

ทุนที่เราสมัครคือระดับปริญญาโท / เอก ผู้สมัครต้องจบป.ตรีมาก่อนนะ

ความดีงามของทุนเกาหลี

  • เป็นทุนให้เปล่า ไม่ต้องคืนทุน จะเรียนคณะอะไร มหาวิทยาลัยอะไรก็ได้ (ดูรายชื่อม.ดีๆ บางคณะก็ไม่ให้นะ) เรียนจบแล้วจะทำอะไร ที่ไหน หรือไม่ทำอะไรเลยก็ได้
  • จ่ายค่าเล่าเรียนให้ แถมมีเงินเดือน พร้อมประกันสุขภาพให้ด้วย
  • มาพร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับ
  • ให้ไปเรียนภาษาเกาหลีฟรี 1 ปี

คุณสมบัติ

  1. เรียนจบป.ตรี หรือป.โท
  2. เกรดจบไม่ต่ำกว่า 2.64 (จาก 4)
  3. ผู้สมัครและบิดามารดา ต้องไม่ถือสัญชาติเกาหลี
  4. อายุน้อยกว่า 40 ปี

ช่องทางการสมัคร (เลือกได้ทางเดียว)

  1. สถานทูต (เราเลือกอันนี้)
  2. มหาวิทยาลัย

สถานทูต (Embassy Track)

สถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยประกาศเปิดรับสมัครบนเว็บ > ผู้สมัครส่งเอกสารให้สถานทูต > สถานทูตคัดเลือกคนเข้าสัมภาษณ์ > สถานทูตเลือกคนที่ผ่านและส่งรายชื่อตัวจริง + ตัวสำรองไปให้ NIIED > NIIED กรองอีกทีและส่งไปให้มหาวิทยาลัย (3 มหาวิทยาลัยที่ผู้สมัครเป็นคนเลือก) > มหาวิทยาลัยเลือกว่าจะรับเราหรือไหม > ผู้สมัครตัดสินใจว่าจะไปมหาวิทยาลัยไหน > ได้ทุนไปเกาหลี

มหาวิทยาลัย (University track)

ส่งเอกสารให้มหาวิทยาลัย (เลือกได้ 1 ที่) > ม.คัดเลือกว่าจะรับเราไหม และจะส่งชื่อเราไปให้ NIIED ไหม > NIIED เลือก > ได้ทุนไปเกาหลี

เอกสารที่ต้องใช้ (ของปี 2018)

  1. ใบสมัคร (Application Form)
    ไม่มีอะไรจะเน้นไปมากกว่า กรอกดีๆ อ่านดีๆ
  2. Personal Statement (จดหมายแนะนำตัว)
  3. Statement of Purpose
  4. Research Proposal
    สำหรับคนที่ขอทุนวิจัยเท่านั้น พวกเราไม่เกี่ยวข้ามๆๆๆ
  5. Letter of Recommendation
    จดหมายจากอาจารย์ 2 ท่าน สำหรับคนที่ทำงานแล้ว อาจเป็นอาจารย์ 1 ท่านหัวหน้า 1 ท่านก็ได้ ให้เขียนหรือพิมพ์ด้วยหมึกดำ ใส่ซอง และเซ็นชื่อทับปิดซอง
    แนะนำว่าให้ขอตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะอาจารย์บางท่านก็ยุ่งเว่อร์ เราไปขอต้นเดือนกันยาฯ อาจารย์เขียนเสร็จกลางมกรา TT
    ถ้าแบบดีสุดคืออาจารย์คนเกาหลี สอนภาษาเกาหลี 1 คน กับอาจารย์วิชาที่เราจะไปเรียนต่ออีก 1 คน แต่เนื่องจากเราจะไปเรียนต่อด้านเกาหลี ก็ให้ซอนแซงนิมทั้ง 2 ท่านเขียนเลย
  6. Letter of Invitation สำหรับคนที่ขอทุนวิจัย ข้ามๆ
  7. KGSP Applicant Pledge
    ติ๊กตามหัวข้อ แล้วเซ็นชื่ออย่างเดียว
  8. Personal Medical Assessment
    ประเมินสุขภาพตัวเอง
  9. Transcript
    ที่มีเกรดป.ตรีทั้งหมด ต้องเป็นตัวจริงออกโดยมหาวิทยาลัยและเป็นภาษาอังกฤษ
  10. Diploma
    ใบปริญญา ต้องเป็นสำเนาที่ได้รับการ notarize (รับรองสำเนา) โดยมหาวิทยาลัย
  11. ใบพิสูจน์สัญชาติตัวเอง
    เลือกได้ข้อใดข้อ 1 ตามนี้  (ต้องแปล + Notarize โดยกระทรวงต่างประเทศ)
    – ใบเกิด
    – ทะเบียนบ้าน
    – บัตรประชาชน
    – พาสปอร์ต
  12. ใบพิสูจน์สัญชาติพ่อแม่ (เลือกข้อใดข้อหนึ่งจากข้างบน)
    ***แนะนำว่าให้ใช้ใบเกิดหรือทะเบียนบ้าน เพราะแปลใบเดียว รับรองใบเดียวจบ
  13. คะแนนสอบอังกฤษ
    TOEIC TOEFL iELTS ยื่นก็ได้ ไม่ยื่นก็ได้ เรายื่น Toeic ไปเผื่อๆ
  14. คะแนนสอบเกาหลี TOPIK
    เราไม่ได้ยื่น
  15. รางวัลต่างๆ ที่เคยได้รับ
    เราไม่ได้ยื่นจ้า

***** ดอกจันทร์เน้นๆ ว่าคำว่า Notarize หรือ รับรองเอกสารไมใช้การเซ็นสำเนาถูกต้อง แต่คือการเอาไปให้หน่วยงานที่ออกเอกสารให้รับรอง *****

ถ้าสมัครผ่านสถานทูตต้องใช้ตัวจริงทุกอย่าง 4 ฉบับ!!!!

FAQ ถาม- ตอบ

คะแนนสอบ/ ภาษา

ต้องมีคะแนนสอบภาษาไหม

สำหรับตัวทุน ถึงเขาไม่ได้บังคับ แต่ก็แนะนำว่าควรมี ง่ายๆ ที่สุดก็ไปสอบ TOEIC มา (อย่างน้อยควรได้ 800++ ในความคิดเรา) ถ้าสมัครผ่านมหาวิทยาลัยก็ดูด้วยว่าเขารับ TOEIC หรือเปล่า

ส่วนสอบ TOPIK มีก็ดี

*** แต่ถ้าใครสมัครผ่าน track มหาลัย อย่าลืมดูด้วยนะว่ามหาลัยเอาคะแนนอะไรไหม เพราะทุนอาจไม่เอา แต่มหาลัยเอา ก็ต้องมีน้าาา

ไม่รู้ภาษาเกาหลีสมัครได้ไหม

ได้ แต่ต้องตอบเขาให้ได้ว่า “ทำไมถึงต้องไปเรียนคณะนี้ที่เกาหลี” และ “ทำไมเราถึงสนใจเกาหลี”

เกรด

ต้องได้เกรดเท่าไหร่

มากกว่าขั้นต่ำคือ 2.64 และยิ่งได้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!!!

เกรด/ มหาวิทยาลัยที่จบ สำคัญแค่ไหน

บางคนอาจบอกว่าไม่ แต่เราไม่ใช่คนโลกสวยก็บอกได้เลยว่าสำคัญมากกกกกก

คือแบบ นึกดูว่าเขาจะให้ทุนเราไปเรียนต่อ ถ้าที่ผ่านมา เรียนภาษาไทยเรายังทำได้ไม่ดีเลย เขาจะเชื่อได้ยังไงว่าเราจะเรียนต่อตลอดรอดฝั่ง ฉะนั้นใครที่เรียนอยู่แล้วคิดจะสมัครทุน ฟิตเกรดด่วนเลย

ยิ่งของเรานี่ เรารู้สึกว่าเขาแทบไม่สนพวกประวัติการทำงาน กิจกรรม หรือเรียงความอะไรของเราเท่าไหร่เลย

ถ้าเกรดไม่ดีจะทำยังไง

ถ้าคำแนะนำเรานะ คืออย่าเพิ่งสมัครทันทีที่เรียนจบ ให้ออกไปทำงานที่คิดว่าจะเอื้อประโยชน์ให้ผ่านทุน เช่นไปทำงานวิจัย เพื่อขอทุนในสายที่เน้นงานวิจัยเป็นต้น หรืออาจเรียนต่อโท ทำคะแนนดีๆ แล้วค่อยขอทุนไปเรียนเอกอะไรแบบนี้

คณะเรียน

เลือกคณะไหนมีโอกาสมากกว่า

เขาเขียนไว้ในประกาศแล้วว่า คณะสายวิทย์มีโอกาสมากกว่า และในความรู้สึกเราคณะที่เกี่ยวกับเกาหลี (เกาหลีศึกษา ภาษาเกาหลี วัฒนธรรมเกาหลี) ก็มีโอกาสมากกว่าหน่อย แต่ไม่ได้ตัดโอกาสคณะอื่นขนาดนั้น

เรียนต่อไม่ตรงสายได้ไหม

ได้ แต่ต้องตอบตัวเอง และเขียน Essay ให้ได้ว่า ทำไมถึงเปลี่ยนสาย ทำไมถึงสนใจคณะใหม่ที่จะไปเรียน แต่ถ้าข้ามมากๆ แบบจบศิลปกรรม แล้วจะไปเรียนวิศวะไฟฟ้า อะไรแบบนี้ก็คงไม่ได้นะ

(ตัวเราจบจิตวิทยา มาเรียนต่อคณะอักษรฯ)

ไม่รู้จะเรียนอะไร จะไปเรียนอะไรดี

ลองไปเปิดไฟล์ปีก่อนๆ ดู เขาจะมีรายชื่อคณะของแต่ละมหาวิทยาลัย เผื่อจะได้ไอเดีย เพราะบางทีอาจมีภาควิชาที่เราไม่รู้จักมาก่อน แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี ก็ไปทำงาน ไปเดินทาง ออกไปเจอโลกกว้างๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจมาเรียนก็ไม่สาย

ช่องทางการสมัคร

สมัครทางไหนง่ายกว่ากัน

สำหรับเรา เราว่า University track ง่ายกว่านิดนึง ขั้นตอนที่ต้องลุ้นก็น้อยกว่าหน่อย เตรียมเอกสารแค่ 1 ชุด ถึงไม่ได้รับทุน ก็อาจมีลุ้นทุนจากมหาวิทยาลัย

เลือกสมัครทางไหนดี

เคยมีคนบอกไว้ว่า

  • เกรดกลางๆ จบจากมหาวิทยาลัยกลางๆ (ให้เลือกสมัครผ่านมหาลัย)
  • เกรดดีๆ จบจากมหาวิทยาลัยดีๆ อยากไปเรียนมหาวิทยาลัยนั้นที่เกาหลีมากๆ (สมัครผ่านมหาลัย)
  • ถ้ามั่นใจว่าโปรไฟล์ตัวเองดีมาก (เกรดดี มหาวิทยาลัยดี เรียงความดี) ลองสถานทูตก็ได้นะ

คร่าวๆ ของปีที่ผ่านมา คนที่ได้ทุนป.โท ส่วนมากจบจากมหาวิทยาลัย TOP 3 ของไทย และได้ไปเรียนที่ Seoul national univeristy  Korea U Yonsei หรือ KAIST ทั้งนั้น ถ้าใครคิดว่าไม่น่าติดมหาลัยกลุ่มนี้ ลองสมัครทุนผ่านมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสมากกว่า

รอบสถานทูตคัดคน เท่าที่เราสังเกตคือเขาพยายามคละ Major มากๆ ไม่ให้ซ้ำกัน ถ้าเรามีคนจะไปเรียนสาขาเดียวกับเรา แล้วเขาโปรไฟล์ดีกว่า (เกรด / มหาลัย) เราก็มีโอกาสปลิวได้เหมือนกัน ตอนปีเรา คนที่ผ่านเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูต คนเลือกไปเรียนต่อพวกบริหาร ธุรกิจ MBA เยอะสุด

คำแนะนำ

  • พยายามทำทุกอย่างให้เป็นวิชาการ เนิร์ดๆ เข้าไว้หน่อย อย่าลืมว่าเขาให้เราไปเรียน ไปทำวิจัย
  • อย่าเผยความติ่ง (แม้ว่าจะติ่งมากๆ ก็ตาม) อย่าลืมว่าเขาจ่ายเงินให้เราไปเรียน ไม่ใช่ไปตามดารา
  • เลี่ยงประเด็นสะเทือนใจเกาหลี อย่างของเรา เราตัดทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นทิ้งไปเลย ทั้งๆ ที่ครึ่งชีวิตเรามีสิ่งที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นเยอะมาก (ภาษา ฝึกงาน งานอาสา ฯลฯ)
  • ทุนของเกาหลีมีอีกหลายทุนให้สมัคร (แม้ว่าทุนอันนี้จะเป็นอันที่ดีที่สุดอันหนึ่งก็ตาม) ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเรากาก หรือไม่เก่ง แค่มีคนที่เหมาะสม และเข้ากับความต้องการของคนให้ทุนมากกว่าที่ได้ไป

เดี๋ยวเทคนิกเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ และการเขียน Essay จะตามมา กด follow เพจ รอไว้ได้เลยจ้า

Advertisements

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: