Hokkaido First time

初めまして北海道

ไปญี่ปุ่นมาหลายรอบแล้ว แต่ฮอกไกโดคือหนึ่งในความฝันสูงสุดของเรา อยากไปมานานแล้ววว จนเมื่อเดือนพฤษภาที่ผ่านมา ก็ได้ไปสักที อากาศคือดีมาก ไม่ร้อน ไม่หนาว ฝนก็ไม่ตก แต่ก็คือไม่ใช่ช่วง High season ไม่มีซากุระ ไม่มีดอกลาเวนเดอร์ ไม่มีหิมะ

แต่ แต่ แต่ แต่

หลังจากเราเที่ยวญี่ปุ่นมาหลายรอบ เราก็ค้นพบว่า จริงๆ เราชอบเที่ยวช่วง Low season มากกว่า เพราะคนน้อย ไม่อึดอัด รู้สึกว่าได้รีเฟรช ได้หนีความวุ่นวายไปพักผ่อนจริงๆ

รอบนี้ไปเที่ยวได้สั้นมากๆ เพราะปิดเทอมแค่ 5 วันเอง TTT

แพลนเที่ยวเราก็จะเป็นตามนี้

Day 0  ถึงซัปโปโรตอนเย็นๆ
Day 1  เที่ยวซัปโปโร (มหาวิทยาลัย, ศาลเจ้าซัปโปโระ) เที่ยวโอทารุ
Day 2  เก็บตกซัปโปโร (อิฐแดง) นั่งรถไป Noboribetsu ไปหุบเขานรก ออนเซ็นเท้า
Day 3  ขึ้นรถไฟไป Hakodate แต่เช้า, เที่ยวแถวโกดังอิฐแดง ไปจิบชาตอนเย็นริมทะเล
Day 4  เก็บตก Hakodate (ตลาดเช้า, ศาลเจ้า) นั่งรถไฟไปสนามบิน

เราไม่ใช่สายช๊อปอยู่แล้วก็จะเน้นธรรมชาติเที่ยวสวน แวะศาลเจ้า เน้นกินของที่ชอบ แล้วก็เดินดูเมือง ชิลๆ หา Inspiration ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อไป ใครสายของหวานตามเรามาได้เลย ส่วนของคาวอาจมีไม่มาก…เพราะปกติก็ไม่ค่อยกินข้าว TTTTT

Day 0

Korea > >> Japan
เราได้ตั๋วออกจากเกาหลีไปลง New chitose airport ถูกมาก 3 พันกว่าบาทของ Air Busan

New Chitose Airport
เรามาฮอกไกโดครั้งแรก แต่เคยเข้าญี่ปุ่นมาเป็น 10 ครั้งแล้ว (เฉลี่ยนปีละครั้ง) รอบนี้ตม. ไม่ถามอะไรเลย แต่ Customs ตรวจกระเป๋าเราหนักมาก นี่ขนาดเรามาจากเกาหลีนะเนี่ย ตรวจไปก็ถามไปว่า ชี้รูปว่ามีทองไหม มียาบ้า ยาเสพติดไหม ก็ส่ายหน้าบอกอย่างเดียว เขาก็ดูทั้งกระเป๋าลาก กระเป๋าสะพาย แล้วก็ให้จนท. ผู้หญิงมาตรวจตัวเราด้วย

เราเลยถามว่าคนไทยเอายาเสพติดเขามาเยอะหรอ เขาบอกว่าเปล๊าาาาาาา แค่สุ่มเฉยๆ เรานี่แบบ สุ่มเฉยๆ แต่ทั้งลำที่มีแต่คนเกาหลี มีเราโดนคนเดียวเนี่ยนะ 555 (แต่จริงๆ ขอเปิดกระเป๋า เราเคยโดนขอเปิดไปแล้วครั้งหนึ่ง รอบนั้นบินมาจากอเมริกา…..)

CTS > Sapporo
จากสนามบินเข้าตัวเมืองซัปโปโระใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม. มีรถไฟออกทุก 15 นาที
คืนนี้กว่าเราจะมาถึงก็เย็นแล้ว เราพักที่ Mezamashi Hostel
http://mezamashi-sandwich.com/hostel/

เป็นกึ่งคาเฟ่ กึ่งโฮสเทล เล็กๆ น่ารัก สภาพจริงเหมือนในรูปเลย

วันนี้มาถึงก็เย็นแล้ว ออกไปซื้อหนังสือนิดหน่อย กินข้าวเย็นง่ายๆ แล้วก็กลับมาพักผ่อน พร้อมเที่ยวพรุ่งนี้ ~~~

Day 1 [ซัปโปโระ + โอทารุ]

รีบตื่นแต่เช้า เพราะอยากเที่ยวหรอ? เปล่า เพราะหิว 555 เดินออกไปไม่ไกลจากโรงแรมก็คือตลาดนิโจ เป็นตลาดเก่าแก่ขายพวกอาหารทะเล
มาถึงญี่ปุ่นแล้วจะพลาดได้ไง จัดไปสิ ข้าวหน้าปลาดิบ มีแซลม่อนกับไข่ปลา ดีงามกับใจมากจ้า แต่กินเป็นไซส์มินิ ก็คือไม่อิ่ม 5555
ซึ่งไม่มีรูป เพราะหิวมากกก แต่เราว่าสู้ตลาดของฮาโกดาเตะไม่ได้

ร้าน Kinotoya
โตแล้ว จะกินมื้อเช้าวันละ 2 รอบก็ได้ เรียกสิ่งนี้ว่าเป็น Brunch แล้วกันนะ
พอดีเขามีเซ็ทมื้อเช้า 700 เยนเป็น Omeparfait กับชาหรือกาแฟ (เลือกชา) OmeParfait คือข้างในลูกเล่นเยอะมาก นอกจากผลไม้ แล้วก็ครีมที่เห็น ใต้ครีมมีถั่วแดง มีโมจิ แล้วกล้วย คาสตาร์ด ฯลฯ แล้วร้านตั้งอยู่ริมถนน บรรยากาศตอนเช้าที่แดดยังไม่ร้อนมาก มันดีแบบนี้นี่เอง

เดินเที่ยวเล่นในฮอกไกโด ~~~
Hokkaido University
แคมปัสสวยมาก ฟีลลิ่งเหมือนเดินอยู่ในมหา’ลัย ทางฝั่งยุโรป อเมริกาเลย นี่ขนาดเพิ่งเดือน 5 ยังเขียวชะอุ่มสุดๆ
อยู่ติดสถานีรถไฟซัปโปโรเลย เดินออกไปทางทิศเหนือก็ถึง

ตึกอิฐแดง (former Hokkaido government office)
ช่วงที่เราไปเลยซากุระไปแล้ว แต่ก็ยังมีดอกไม้อื่นๆ อยู่ไม่เหงาเลย

โรงงานช็อกโกแลต
จากใจคืออยากไปมาก แต่นก เพราะช่วงนี้ปิดปรับปรุง TTTTT เดี๋ยวต้องได้ไปฮอกไกโดอีกรอบเพื่อไปโรงงานนี้แน่เลย

[ Sapporo Station >> Maruyama Koen Station ]

Cafe Morihiko 森彦

เห็นรีวิวจนแบบอยากไปมากกก แนะนำให้ไปตั้งแต่ร้านเปิดเลย (10 โมง) เพราะถ้าไปช้าคนเยอะมากก เราโชคดีไปแล้วได้ที่นั่งสุดท้าย
บรรยากาศร้านอบอุ่น ชิลๆ เมนูเด่นๆ ก็คือกาแฟดริป แต่ถ้าไม่กินกาแฟก็มีชา โกโก้ นม ฯลฯ​ แล้วก็ขนมด้วย

เราสั่งกาแฟดริป Maman เป็นกาแฟประจำฤดูกาล กับ Fromage Cake สั่งเครื่องดื่มกับขนมได้ลดอีก  100 เยน



ศาลเจ้าฮอกไกโด X สวน Maruyama
เดินจากร้านกาแฟไม่ไกลก็ถึงแล้ว บรรยากาศคือดีมาก แบบมีภูเขาอยู่ข้างหลัง เราชอบมากที่ถึงจะเป็นเมืองใหญ่ แต่ก็มีธรรมชาติใกล้ๆ ถึงช่วงนี้ไม่มีซากุระแล้ว แต่ก็มีดอกไม้อื่นเยอะแยะไปหมด ส่วนศาลเจ้าก็คือเหมือนมีแต่นักท่องเที่ยว 5555 ไปจับเซียมซีมา ใบละ 100 เยน ได้โชคดีอันที่ดีที่สุด (อวดๆ 555)



Otaru ~~~

เช็คลิสต์ของโอทารุเรามีแค่ 5 อย่างคือ กล่องดนตรี, เครื่องแก้ว, LeTAO, คลอง, โซบะ
ถึงโอทารุตอนบ่ายแก่ๆ ที่นี่ปิดค่อนข้างเร็วนะ 5-6 โมงก็ปิดแล้ว เดินดูกล่องดนตรี เครื่องแก้ว ให้ vibe แบบเป็นเมืองท่องเที่ยวมากๆ ของขายนี่คือเหมือนขนมาจากทั้งญี่ปุ่น ชาเขียวเกียวโตไรงี้ก็มี 555

แต่งานเครื่องแก้วคือสวยนะ แบบเรียบหรู ผู้ดีมาก

LeTAO นี่คือขนมแนวชีสเค้ก ขึ้นชื่อของฮอกไกโด แต่แบบตอนเที่ยงเพิ่งกินคล้ายๆ ชีสเค้กไป เลยเปลี่ยนมากินช็อกโกแลตตัดเลี่ยน? แทน ของ LeTAO เหมือนกัน แต่ร้านนี้เน้นช็อกโกแลต
แล้วก็เดินไปจนถึงคลอง เป็นหน้าร้อนก็เลยไม่ฟรุ้งฟริ้ง น่ารักหิมะโปรยปรายแบบหน้าหนาวเท่าไหร่ เราก็เลยเดินต่อไปหาร้านโซบะ ชื่อร้าน Yabuhan Soba เขาบอกว่าดังอยู่ เปิดมา 60 กว่าปีแล้ว เส้นมี 2 แบบคือ เส้นจากวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ๆ กับผสมจากอเมริกา เรามาถึงร้านดังเดิมแบบนี้ก็ต้องลองของญี่ปุ่นแท้ๆ สิ ร้านนี้มีบอกวิธีกินให้ด้วยนะ คือดียยยย

ขากลับจาก Otaru มาซัปโปโร เรานั่งรถไฟเข้ามา เป็นทางเรียบทะเล คือสวยมากกก แล้วพระอาทิตย์ลาฟ้าไปแล้ว ประกายสีชมพูอ่อนๆ มีหมอกคลุมเหนือน้ำ คือโมเม้นต์ที่สวยที่สุดในทริปนี้เลย เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ TTT



DAY 2 Sapporo – Noboribetsu

ตื่นเช้าปุ๊บ เราก็เดินไปซื้อ JR Hokkaido Pass กับ จองตั๋วรถไฟไป Noboribetsu วันนี้วันธรรมดา คนก็จะไม่เยอะมาก เราเลือกออกตอนเที่ยง เช้านี้ก็เลยมาเดินเก็บตก (กิน) ในซัปโปโรดีกว่า

Baristart Coffee

ร้านกาแฟที่เลือกนมได้ เขาจะมีนมที่มาจาก 3 จังหวัดในฮอกไกโดคือฮาโกดาเตะ โทกาชิ แล้วก็บิเอะ แต่ละอย่างจะมีความหวานกับความ rich ในตัวนมต่างกัน เราเลือกแบบ rich น้อยสุดคือฮาโกดาเตะ สั่งลาเต้เย็นไซส์ปกติไป (500 เยน) นมอร่อยน้า แต่สำหรับเรา กาแฟอ่อนไปนิด เพราะน่าจะแค่ช็อตเดียว (ปกติกิน 2-3 ช็อตไรงี้)




ไปกินขนมต่อ 555

Saturdays chocolate factory cafe
นกโรงงานช็อกโกแลต ก็เลยให้คาเฟ่ช็อกโกแลตเยียวยา มาช่วงเช้าวันธรรมดา มีโปร 500 เยน เลือกขนมได้ 1 อย่าง กับเครื่องดื่ม 1 อย่าง (ช็อกโกแลต, กาแฟ, ชา) นี่ก็เลยจัดไปมัฟฟินช็อค กับช็อกโกแลต คาเฟอีนพุ่งมากจ้า เช้านี้



Noboribetsu ~~~~

นั่งรถไฟไปเกือบ 2 ชม. ก็ถึงแล้วว เราตั้งใจไป 2 ที่คือออนเซนเท้า (Oyunuma Brook Natural Footbath) กับ หุบเขานรก (Jigokudani) จากสถานีเดินเอาของไปโยนที่ Guesthouse แล้วก็กลับมาขึ้นรถเมล์ รอบรถเมล์นานๆ มาทีเหมือนกัน ต้องเช็คเวลาดีๆ หน่อย ถ้าใครอ่านญี่ปุ่นไม่ออกตอนขึ้นก็ถามเขาให้ชัวร์ก็ดีว่าไป Jigokudani ไหม

พอลงรถเมล์แล้วมี information ตรงนั้นเราเข้าไปขอแผนที่ ถามทางนิดหน่อย แล้วก็ๆๆ อย่างเดียวเลย พอเข้าใกล้หุบเขานรก กลิ่นกำมะถันจะแรงมากกก แต่สวยแปลกๆ ดี

ออนเซนเท้า แนะนำให้เตรียมผ้าขนหนูไรงี้ ไปเผื่อก็ดี ไว้เช็ดเท้า


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

คืนนี้เรานอนที่ Noboribetsu Guesthouse
เดินไป 1 แยกมีซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ไปซื้อข้าวเย็นมาจากตรงนั้น กินซูชิไป ฟินมากกก หมอกลงหนามากด้วยย

Day 3 Noboribetsu – Hakodate

ตื่นเช้ามา พร้อมไปฮาโกดาเตะแล้ว ก็คือนั่งรถไฟรอบเช้าสุดเลย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ก็คือมีเสบียงพร้อม
ตั๋วรถไฟเรามาจองไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เพราะรอบไปฮาโกดาเตะ คนแอบเยอะอยู่

Hakodate
มาถึงเมืองสุดท้ายแล้ววว ซื้อรถรางแบบ One Day ก่อนเลย แล้วก็เอาของไปเก็บที่โรงแรม ก่อนจะไปลุยกิน!!!
เมืองนี้ลิสต์ของเรา โกดังแดง (กินชีสเค้ก), ร้านน้ำชาริมทะเล, ศาลเจ้า, ตลาดเช้าไปกินปลาดิบ ประมาณนี้

โกดังอิฐแดง Red-brick warehouse 

มาที่นี่เพราะอยากมากินชีสเค้ก ร้านดัง Pastry Snaffle เขาบอกว่ามันนุ่มละมุน ละลายในปากมาก
ที่ร้านจะมีเคาร์เตอร์ให้ยืนกินได้ ชีสเค้ก + กาแฟ ราคา 200 เยน
นี่ลองแบบรสปกติไป ก็คือเป็นชีสเค้กที่ละมุนมากอ่ะ ชอบๆ จริงๆ เขามีหลายรสนะ ทั้งชาเขียว ช็อคโกแลต กาแฟ ฯลฯ

แล้วก็เหมือนเคยได้ยินว่าฮาโกดาเตะ ดังราเมง ก็เลยลองไป 1 ชาม นี่ปกติไม่ค่อยกินราเมง ก็…..ยังไม่ชอบอยู่ดี 55555

เดินผ่านร้านเครปตั้งแต่ก่อนกินชีสเค้กแล้ว เห็นแล้วมันยั่วใจ
คือชอบเครปญี่ปุ่นมากกก ครีมฟินๆ เลยจัดไป ครีมสด+มะม่วง + บราวนี่ ดีงาม ที่สุด






หลังจากนั้นก็เดินเล่นต่อแถวนั้น มีทั้งเนินฮาจิมันซากะ ก็สวยนะ เห็นวิวสูงถึงท่าเรือ ฯลฯ
แนะนำให้ไปตอนเย็นๆ จะถ่ายรูปสวย เพราะเนินเราไปตอนกลางวัน แดดมันเลยแรงๆ

ร้านน้ำชา Tea Shop Yūhi 
วิวริมทะเล ดูพระอาทิตย์ได้ด้วย แต่ช่วงนี้หน้าร้อนพระอาทิตย์เลยตกช้ามาก ก็จะมีชาให้เลือกเยอะมากก
ป้าเจ้าของร้านน่ารักมากด้วย นี่อยู่จนคนสุดท้าย
ราคาชาประมาณ 600 เยน แล้วก็มีขนมญี่ปุ่นพร้อมกระติกน้ำร้อนให้ เติมน้ำร้อนใส่ชาวนไปเรื่อยๆ เลย
ชาแต่ละอย่างก็มาจากแหล่งผลิตต่างกัน กลิ่น รสชาติก็ต่างกันนะ ที่ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษ ขอเขาได้ค่า

เราเลือกชาของ Shizuoka เขาบอกว่าจะขมๆ
ก็คือขมจริง แต่เราชอบ เพราะเป็นสายกินของขมอยู่แล้ว 555
ถ้าคนปกติ เราว่าเลือกชากลางๆ อ่อน อาจปลอดภัยกว่านะ
นี่ก็นั่งชิลล์ เขียนไดอารี่ไปเรื่อย จนเย็นๆ แล้วก็กลับโรงแรม

เดินทางไปร้านนี้ก็คือนั่งรถรางต่อจากโกดังแดงไปจนสุดสถานีเลย แล้วก็เดินเรียบหาด ประมาณ 10 นาที



โรงแรมที่เราพัก คือ Capsule Hotel Hakodate มีห้อง 2 แบบคือเป็นแคปซูนที่เอาตัวเข้าไป
กับมีพื้นที่เล็กๆ แบบของเรา คืนละประมาณ 2500 เยน
รูปจากโรงแรมทั้งหมด เอามาจาก Booking นะคะ

Day 4 Hakodate – CTS
วันสุดท้ายแล้ววว เรามีเวลาครึ่งวันเช้าที่ฮาโกดาเตะ ก่อนกลับ ก็เลยเที่ยวมั่วๆ
เริ่มจากไปกินปลาดิบก่อนที่ตลาดเช้า

คือมีร้านเยอะมาก ที่ดังของเขาคือไข่หอยเม่น แต่เราไม่กิน 555
ก็เลยตัดร้านที่มีแต่ไข่หอยเม่นทิ้งไป จนมาเจอเมนูโปรดเรา ก็คือข้าวหน้าปลาดิบสับ

จานนี้มีทั้ง แซลม่อน ไข่ปลา อะโวคาโด ปลาหมึก(ดิบ) สาหร่าย ของโปรดเราทั้งนั้น
ราคา 1580 เยน จัดไปจ้า มาพร้อมไข่ดิบใส่หน้า คนๆ แล้วกินพร้อมกัน คือฟินมากก


กินเสร็จก็เดินย่อย ไปหาศาลเจ้า ไปเสี่ยงเซียมซี (อีกแล้ว)
ซื้อขนมไปนั่งตอนขากลับจากฮาโกดาเตะไปสนามบิน 4 ชม แน่ะ

ส่วนสนามบิน Chitose ก็คือถ้าฝั่ง International ไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้า Domestic มีร้าน มีขนมเยอะแยะมาก

บ๊าย บาย ญี่ปุ่น เจอกันใหม่ต้นปีหน้านะ

รวมค่าใช้จ่าย
ค่าเดินทางทั้งหมด : 21900 เยน (Hokkaido Pass 16500 เยน, Hakodate One day pass 600 เยน ที่เหลือใช้แตะบัตร Suica เอา)
ที่พัก 4 คืน = 11300 เยน
ค่ากินประมาณ 14,000 เยน
ช็อปปิ้งอีกนิด ซื้อหนังสืออีกหน่อย ประมาณนี้ค่ะ

Comments are closed.

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: