My English Story เรื่องเล่าการเรียนภาษาอังกฤษฉบับพาร์เฟต์ 2 (SAT)

ภาคสองกับการต่อสู้กับ SAT … More My English Story เรื่องเล่าการเรียนภาษาอังกฤษฉบับพาร์เฟต์ 2 (SAT)

Advertisements

เทคนิกการทำ SAT- Critical Reading

จริงๆ ในส่วนของการ SAT เราเคยเขียนมาเยอะแล้ว ทั้งเทคนิก หนังสือ ในลิงค์เก่าๆ สามารถดูได้เลย วิธีสอบ SAT ให้ได้คะแนนสูงๆ (จากรุ่นพี่ฮาร์วาร์ด) เทคนิก จากคนได้ SAT เต็ม (2400) แนะนำ หนังสือ SAT แต่วันนี้ จะมารวบรวมเทคนิก การทำ พาร์ท Critical Reading หรือพาร์ทที่มี Text ยาวๆ คาดว่าหลายคนคงมีัปัญหากับส่วนนี้แน่ๆ ซึ่งเทคนิกแต่ละ ให้เลือกใช้แค่ข้อเดียวนะ ส่วนจะเป็นข้อไหน จริงๆ แนะนำว่าให้ลองทำให้หมด แล้วหาว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากที่สุด 1. เรียบๆ  แบบแรก คือ อ่านข้อความจนจบ จากนั้นก็มาอ่านคำถาม แล้วก็ตอบ เป็นอะไรที่ธรรมดามาก แต่ข้อเสียของวิธีการทำแบบนี้ก็คือ บางทีเราจะทำไม่ทัน เพราะใช่ว่าเจอคำถามแล้วเราจะตอบได้ซะเมื่อไหร่ บางทีต้องวนกลับไปอ่านอีกรอบ ซึ่ง SAT ให้เวลาเราแค่ ข้อละนาทีเท่านั้น (ยังไม่รวมเวลาฝน….) แต่วิธีนี้ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี เคยมีคนทำแล้วเขาก็ได้คะแนนสูงๆ แต่สำหรับคนไทย ที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ … More เทคนิกการทำ SAT- Critical Reading

เตรียมตัว SATII จากรุ่นพี่ฮาร์วาร์ด (คนเดิม)

เรื่องนี้ จริงๆ นอกจากจะใช้สำหรับคนที่เตรียมตัวสอบ SATII AP แล้วก็ประยุกต์ใช้กับวิชาเอนทรานซ์ได้ด้วยนะ ตัวเราเองไม่ได้เอนท์ แล้วก็ไม่ได้สอบ SATII AP ฉะนั้นก็เลยขอเป็นความเห็นของพี่วอนฮีล้วนๆนะคะ SATII math               สำหรับคนเรียนสายวิทย์ ไม่ยากค่ะ ข้อดีคือ เอาเครื่องคิดเลขเข้าไปได้ด้วย อาจติดตรงคำศัพท์เหมือนเดิม หนังสือที่แนะนำคือ Barron อาจยากหน่อย แต่ว่าฝึกทำข้อสอบที่ยากกว่าก็ดีแน่นอนค่ะ SATII Bio / Chem/ Physics ไม่ต้องเลือกสอบหมดก็ได้นะคะ ยิ่งถ้าใครไม่ได้ไปเรียนทางสายวิทย์ก็ไม่ค่อยจำเป็นหรอก แต่ถ้าอยากสอบก็ลุย ในส่วนของชีวะ จะมีข้อสอบรวมและอีกส่วนเป็นแยก ซึ่งก่อนสอบเราต้องเลือกก่อนว่าเราจะสอบ ecological bio or molecular bio คือ ชีวะนิเวศวิทยาหรือโมเลกุล ซึ่งเราต้องฝึกทำก่อนล่วงหน้า แล้วเราก็จะรู้เองว่าเราเหมาะกับอันไหน ส่วนฟิสิกส์พี่วอนฮีบอกว่า ออกเป็นแนวทฤษฏีมากกว่าประยุกต์ เราก็ไม่รู้สิ ฉะนั้น ลองทำเองเยอะๆ นะ (ขอโทษ เค้าช่วยไม่ได้จริงๆ)

วิธีสอบ SAT ให้ได้คะแนนสูงๆ (จากรุ่นพี่ฮาร์วาร์ด)

เรื่องที่จะเขียนต่อไป เอามาจากหนังสือเล่มนี้ ตอนนี้คนเขียนอยู่ฮาร์วาร์ดแล้ว เล่มนี้มีแปลเป็นไทย ชื่อว่า เรียน 9 ได้ 10 เก่งอังกฤษขั้นเทพ ของอมรินทร์ เป็นเล่มที่ชอบมาก ขนาดว่าที่บ้านมี 2 เล่มคือของเราและน้องสาว เป็นหนังสือเล่มแรก ที่ซื้อมา 2 เล่ม พร้อมกันกับน้อง (ตอนจ่ายเงิน คนขายก็มองงงๆ) มาว่ากันถึงความสำคัญของ SAT สักนิด คิดว่าทุกคนก็คงรู้แล้วว่า ไม่ว่าเราจะสมัครอินเตอร์ที่ไทย หรือสมัครมหาลัยในเมกา SAT นี่แหละคือหัวใจสำคัญ (แถมถ้าใครอยากได้ Scholarship ขอบอกว่า SAT นี่แหละ สำคัญมากกก) ฉะนั้นมาเริ่มกันดีกว่า ส่วนแรกคือ Critical reading ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ คำศัพท์(เติมคำ) และ Text ส่วนของคำศัพท์ สิ่งที่อยากแนะนำคือ ให้ท่องศัพท์ ถ้ามีเวลาก็ท่องพวก 3400-3500 คำ และอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การทำโจทย์ให้เป็น เพราะบางทีแปลศัพท์ออกแต่เติมผิดก็มี…. มาดูตัวอย่างกันนะ

แนะนำ หนังสือ SAT

หลังจากมีน้องๆ บอกว่าอยากให้ช่วยแนะนำหนังสือสำหรับการเตรียมตัวสอบ SAT เราก็ จัดให้!! เริ่มจากอะไรก่อนดี…. เริ่มจากเข้าใจตัวย่อกันก่อนดีกว่า (ต่อไปเราจะใช้แค่นี้นะ) CR-Critical reading M – Math W- Writing Part Math พาร์ทเลขเนี่ย แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการไปหาข้อสอบมาทำก่อนว่าเราได้คะแนนประมาณเท่าไหร่ ถ้าได้ต่ำกว่า 600-650 แนะนำว่าให้หาหนังสือเลขมาทำแยก ยิ่งถ้าได้น้อยกว่านี้มากๆ ก็ควรหาหนังสือเลขมาทวนทฤษฎีเลขใหม่หมด แต่ถ้าได้ 600-650 ขึ้นไป ก็ทำในเล่มที่มันรวมกับ CR กับ W เลย พอได้คะแนนแล้ว อย่าลืมวิเคราะห์ตัวเองก่อนว่า เราทำผิดเพราะ อ่านโจทย์ไม่เข้าใจ หรือเพราะติดคำศัพท์บางคำ ที่ทำให้ทุกอย่างรวน หรือเราตื่นเต้น หรือเราสะเพร่ากันแน่ ถ้าได้น้อยเพราะศัพท์  ให้ทำโจทย์เยอะๆ แล้วจดคำศัพท์ออกมาเลย ตอนเราสอบก็มีจดแยกออกมา เป็นคำศัพท์เลยเฉพาะ หนังสือแนะนำ (ดูรูปตามลิงค์นะ) (Gruber’s SAT math workbook) เล่มนี้ เด็กเมกาเขาค่อนข้างฮิตนะ เราว่าเหมาะสำหรับคนที่พื้นเลขไม่ค่อยแข็งแรง(น้อยกว่า 600-650) … More แนะนำ หนังสือ SAT

เทคนิก จากคนได้ SAT เต็ม (2400) part 2

มาต่อกันดีกว่า กับ part การเขียน part นี้จุฬาไม่ใช้ ธรรมศาสตร์ใช้ ส่วนถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเมืองนอก บางทีก็ไม่ใช้ แต่ถ้าเป็น U Top ใช้เกือบหมดเลยค่ะ เราจะแบ่งส่วน Writing ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.essay 2.multiply chioces เริ่มต้นกันที่ essay คนที่ได้เต็ม 2400 คะแนนบอกว่า เป็นพาร์ทที่ฝึกกันได้ ฉะนั้น เรามาเริ่มฝึกกันดีกว่า 1.เขียนให้เต็ม เราต้องพยายามเขียนให้เต็ม 2 หน้าค่ะ ทุกบรรทัดค่ะ (แต่ทริคคือเขียนตัวโตหน่อยและห่างๆ บรรทัดหนึ่งเขียน 7-8 คำก็พอ)